AI Thailand
กันยายน 03, 2014, 09:04:07 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1]
1  สุนทรียสาธกกับ SMEs / Dream / Re: Globalization ชิ้นที่สาม (โครงการที่อยากทำในอนาคต) เมื่อ: กันยายน 24, 2008, 01:09:03 AM
น.ส. เยาวภา  โพธิ์ชัยเลิศ
503110082-5
คณะสาธารณสุขศาสตร์ Sec 2




Bedding designed by (and for) kids

สาเหตุที่เลือก : เด็กเป็นกลุ่มที่มีความคิดที่สร้างสรรค์ เป็นตัวของตัวเองสูง มีจินตนาการสูง มีความใฝ่ฝันของตัวเองที่อยากจะทำ อยากจะเป็นในสิ่งที่ตัวเองคิดไว้ และปัจจุบันนี้ ผู้ปกครองก็มักจะจัดห้องนอนไว้สำหรับลูกๆ ซึ่งก็ต้องมีการจัด ตกแต่งห้องนอนให้มีความน่าอยู่ ตามที่เด็กๆ ต้องการว่าจะอยากได้ห้องนอนแบบไหน ซึ่งเตียงนอนเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับห้องนอน เด็กๆ ก็จะอยากได้เตียงนอนที่ตัวเองคิดไว้ อาจมีลวดลาย สีสันสดใส เป็นการให้เด็กมีส่วนร่วมและแสดงความคิด การตัดสินใจด้วยตัวเอง และธุรกิจนี้ เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับศิลปะ การออกแบบเตียงนอน ซึ่งความเป็นส่วนตัวแล้วก็ชอบความเป็นศิลปะ การจัดตกแต่ง และมีความฝันไว้ด้วยว่าจะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับศิลปะ เพื่อเป็นงานอดิเรก หารายได้เสริม และได้ทำในสิ่งที่ตนชื่นชอบด้วย

ในอนาคต : เตียงนอน เป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องใช้ และเด็กๆ เองก็อยากได้เตียงนอนที่ตัวเองคิดไว้ ที่มีความสดใส สีสันสวบงาม ซึ่งเด็กในปัจจุบันนี้ก็มีความคิดเป็นของตัวเองสูง มีความฝัน จินตนาการที่สดใส ธุรกิจการออกแบบเตียงนอนนี้ คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากเด็กๆ หรือผู้ที่ชอบงานศิลปะสูงมากขึ้น เพราะเด็กๆ สามารถออกแบบเตียงนอนของตัวเองได้ ซึ่งเตีบงนอนนี้รวมไปถึงเครื่องนอนต่างๆ และในปัจจุบันนี้เรื่องเครื่องนอนต่างๆ ก็ได้รับความสนใจอยู่แล้วด้วย

ที่มา : http://www.springwise.com/style_design/bedding_designed_by_and_for_ki/
2  สุนทรียสาธกเพื่อชุมชนและเมืองที่ดีกว่า / Imagine Thailand / Re: งาน Globalization ชิ้นที่ 2: ความรู้ช่วย SME (Discovery) เมื่อ: สิงหาคม 13, 2008, 05:31:12 PM
น.ส.เยาวภา  โพธิ์ชัยเลิศ  503110082-5
คณะสาธารณสุขศาสตร์  ชั้นปีที่ 2 sec 2

เห็ดนางฟ้าแปลงโฉม ‘ป้าสุมล’ ต้นตำรับเนรมิตสารพัดเมนู
ใคร:     ป้าสุมล  นางนิติมา ขันทองคำ และ กลุ่มสตรีอาสาพัฒนา
ทำอะไร:   เอาเห็ดนางฟ้ามาประยุกต์ทำเป็นอาหารต่างๆเช่น น้ำพริกตาแดงเห็ดนางฟ้า น้ำพริกเผาเห็ดนางฟ้า เห็ดนางฟ้าแดดเดียว ทองม้วนเห็ด และทอดมันเห็ด เห็ดหยอง หรือเห็ดนางฟ้า 3 รส
ที่ไหน:     กลุ่มสตรีอาสาพัฒนา (เห็ดนางฟ้าแปรรูป) อ.เมือง จ.เพชรบุรี
เมื่อไหร่: 2542-ปัจจุบัน
ทำไม:    เห็ดนางฟ้าราคาดี แถมยังเพาะง่าย จึงมีคนแห่มาเพาะเห็ดนางฟ้าขายจำนวนมาก จนเกิดปัญหาสินค้าล้น ตลาด ราคาตกเหลือแค่กิโลกรัมละ 5 บาท กระทบรายได้ของครอบครัวขันทองคำ เห็ดที่เพาะไว้ ก็ขายไม่ออก จนเน่าเสียจึงนำเห็ดนางฟ้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ

อย่างไร: ลองเอาเห็ดนางฟ้ามาประยุกต์ทำเป็นอาหารต่างๆ เริ่มจากทำน้ำพริกมะขามเห็ดนางฟ้ากินกันเองในครอบครัว ก็รู้สึกมันอร่อยดี พอฝากคนใกล้ชิด ก็ติดกันใจกันทุกคน จนนายอำเภอเมืองเพชรบุรี ได้มีโอกาสกิน ท่านก็ชอบ จึงแนะนำให้ไปขายหน้างานประชุมประจำจังหวัด ปรากฏว่า ขายดีมาก และได้ออเดอร์ตามกลับมาจำนวนมาก ทำให้เริ่มธุรกิจแปรรูปเห็ดนางฟ้าอย่างจริงจังประมาณปี 2542  ไม่เพียงแค่น้ำพริกมะขามเห็ดนางฟ้าเท่านั้น ป้าสุมลยังคิดค้นเมนูแปรรูปเห็ดนางฟ้าอีกหลายหลาก เช่น น้ำพริกตาแดงเห็ดนางฟ้า น้ำพริกเผาเห็ดนางฟ้า เห็ดนางฟ้าแดดเดียว ทองม้วนเห็ด และทอดมันเห็ด เป็นต้น โดยเฉพาะสินค้าอันดับหนึ่ง คือ เห็ดหยอง หรือเห็ดนางฟ้า 3 รส ซึ่งใช้เวลาทดลองนานกว่า 6 เดือน โดยเคล็ดลับทำให้ได้ความกรอบ และรสชาติคงเดิม คือ ต้องทอดทันทีหลังจากฉีกเห็ดนางฟ้าสดเป็นชิ้นเล็กๆ และคลุกด้วยซีอิ๊วขาวคุณภาพดี รวมถึง น้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำไม่เกิน 2 ครั้ง ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เก็บรักษาไว้กินได้นานถึง 3 เดือน จากความโดดเด่นของสินค้าที่ไม่เคยมีมาก่อน ประกอบกับเป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่ให้โปรตีนเหมือนเนื้อสัตว์ แต่ไร้ไขมัน และมีเส้นใยมาก ช่วยในระบบขับถ่าย ผลิตภัณฑ์แปรรูปเห็ดนางฟ้า จึงได้คำสั่งซื้อจำนวนมาก ดังนั้น ป้าสุมล จึงรวบรวมชาวบ้านในท้องถิ่น ตั้งกลุ่มสตรีอาสาพัฒนา (เห็ดนางฟ้าแปรรูป) อ.เมือง จ.เพชรบุรี เพื่อช่วยกันผลิตสินค้า ภายใต้ชื่อ “ป้าสุมล” มีสมาชิกตั้งต้นประมาณ 50 คน โดยป้าสุมลรับหน้าที่ประธานกลุ่มฯ นอกจากนั้น ยังรับเป็นวิทยากรเผยแพร่ความรู้การแปรรูปเห็ดนางฟ้า แก่กลุ่มอาชีพต่างๆ ทำให้เมนูชนิดนี้ แพร่หลายไปทั่วประเทศเธอต่อยอดระดับสินค้าให้ได้มาตรฐาน เช่น ผลิตภัณฑ์เห็ดนางฟ้า 3 รส สินค้าอันดับหนึ่ง ผ่านการรับรองทั้ง มาตรฐาน อย. มผช. ได้เป็นสินค้าโอทอป 5 ดาว ได้รางวัลด้านอาหารแปรรูป จากม.เกษตรศาสตร์ และชนะเลิศ อันดับ1 การประกวดการผลิตอาหารใส่เกลือไอโอดีนของ จ.เพชรบุรี เป็นต้น
       นอกจากนั้น ผลักดันเข้าจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า โดยได้รับสินเชื่อสนับสนุน จำนวน 2 แสนบาท จากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เป็นทุนหมุนเวียน

ลดต้นทุนอย่างไร:ผลิตภัณฑ์แค่ละชนิดที่ได้จากเห็ดนางฟ้า ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานกว่าครึ่งปีจึงไม่มีปัญหาในการขายไม่หมดจนสินค้าเหลือหรือเน่าเสีย อีกทั้งยังเป็นการนำสินค้าราคาต่ำมาแปรรูปให้เป็นสินค้าที่มีราคาขึ้นมา
 
กำไรเพิ่มขึ้นอย่างไร:จะเห็นได้จากเห็ดนางฟ้าธรรมดาราคาแค่กิโลกรัมละ 5 บาท และเป็นสินค้าล้นตลาดแล้วก็ขายไม่หมด แต่พอนำเห็ดนางฟ้ามาแปรรูปเป็นผลิภัณฑ์ชนิดต่างๆ กลับได้รับความนิยมสูงขึ้น และราคาของสินค็เพิ่มขึ้นด้วย

การนำมาใช้กับsmeในท้องถิ่นเรา :จากธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการทำจากสิ่งที่ธรรมดาๆที่ใครก็ทำได้ มาเป็นสิ่งที่ง่ายๆที่ไม่ธรรมดาและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ดังนั้นการนำมาใช้กับsmeในท้องถิ่นเรา อาจจะเป็นการนำสินค้าที่มีจำนวนล้นตลาดอยู่ อาจจะนำมาแปรรูปหรือทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ ก็อาจจะทำให้สินค้าชนิดนั้นเป็นสินค้าที่ผลิตง่ายแต่ผลกำไรไม่ธรรมดาก็ได้

ที่มา:http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9510000090279



3  สุนทรียสาธกเพื่อชุมชนและเมืองที่ดีกว่า / Imagine Thailand / Re: งาน Globalization งานชิ้นที่ 1: ความรู้ช่วยชาวบ้านตาดำๆ (Discovery) เมื่อ: สิงหาคม 13, 2008, 04:02:05 PM
น.ส.เยาวภา  โพธิ์ชัยเลิศ
503110082-5  คณะสาธารณสุขศาสตร์  sec 2

เรื่อง : ส่งเสริมการผลิตเห็ดหอม
ใครคือผู้คิด : กลุ่มชุมขนเพาะเห็ดบ้านสร้างช้าง  ตำบลไผ่  อำเภอทรายมูล  จังหวัดยโสธร 
ที่ไหน: บ้านสร้างช้าง  ตำบลไผ่  อำเภอทรายมูล  จังหวัดยโสธร 
อย่างไร :
วิธีการ/ขั้นตอนการทำงาน
ขั้นที่ 1  การเตรียมโรงเรือน
โรงเรือนที่เกี่ยวข้องกับการเพาะเห็ดลม  มี  2 ประเภท  คือ
1) โรงเรือนสำหรับบ่มเชื้อ เป็นโรงเรือนที่เน้นการระบาย  และ    ถ่ายเทอากาศ  อุณหภูมิค่อนข้างเย็นอย่างสม่ำเสมอ  อยู่ระหว่าง  25 – 30  องศาเซลเซียส โดยสิ่งจำเป็นที่ควรปฏิบัติในโรงบ่มเชื้อ คือ การรักษาความสะอาดอยู่เสมอ โรงเรือนต้องปราศจากศัตรูเห็ดเช่น มด ไร เชื้อราต่างๆ หากมีศัตรูดังกล่าวควรฉีดพ่นด้วยสารสกัดสมุนไพรไล่แมลงก่อนนำก้อนเชื้อเข้าบ่ม  โรงเรือนที่นิยมส่วนใหญ่เป็นแบบหน้าจั่ว กว้าง 4.5 เมตร  ยาว  10 เมตร  สูง 2.5 เมตร  หลังคามุงด้วยวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นเช่นตับหญ้า เป็นต้น
2) โรงเรือนสำหรับเปิดดอก  จะต้องมีแสงแดดส่องถึง  เพื่อทำให้ภายในโรงเรือนมีอุณหภูมิสูง เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดตุ่มดอก วัสดุที่ใช้สร้างโรงเรือนเป็นวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นเช่นไม่ไผ่ เสาไม้ สำหรับวัสดุมุงหลังคาและฝาผนังใช้พลาสติกที่ผสมสารกันแดดและตาข่ายพรางแสงขนาด      60 – 70 เปอร์เซ็นต์ คลุมด้นบนอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันแสงเข้ามากเกินไป ควรรักษาอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 35 – 40 องศาเซลเซียส สำหรับแผงวางก้อนเชื้อนิยมใช้แผงวางก้อนเชื้อแบบตัวเอ ทำจากไม้ไผ่  เนื่องจากมีความสะดวกในการขนก้อนเชื้อเข้าออก และเก็บผลผลิต ส่วนพื้นโรงเรือนควรเป็นพื้นทรายอัดแน่นเพื่อรักษาความชื้นภายในโรงเรือน  ขนาดโรงเรือนที่เหมาะสม  กว้าง  4.5 เมตร  ยาว  10 เมตร  สูง  2.5 เมตร  บรรจุก้อนเชื้อได้ 6,000 ก้อน
ขั้นที่2  การผลิตก้อนเชื้อ
ในการผลิตก้อนเชื้อเห็ดลมจำเป็นต้องมีส่วนผสมเพื่อให้เห็ดได้มีอาหารสำหรับการเจริญเติบโต มีส่วนผสมดังนี้
   ขี้เลื่อยไม้ยางพารา      300    กิโลกรัม
   รำละเอียด         22.5   กิโลกรัม
   ภูไมท์            9      กิโลกรัม
   ยิปซั่ม            1.5    กิโลกรัม
   ดีเกลือ            0.6    กิโลกรัม
   น้ำตาลทราย         0.7    กิโลกรัม
   แป้งข้าวเหนียว         0.7    กิโลกรัม
   ปูนขาว            0.6    กิโลกรัม
วิธีทำถุงก้อนเชื้อ
1) เทส่วนผสมทั้งหมดผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพิ่มความชื้นโดยการเติมน้ำเข้าไป มีความชื้นระหว่าง  65 – 75 เปอร์เซ็นต์ สังเกตจากการกำดูส่วนผสมไม่มีน้ำเยิ้มออกตามง่ามมือพอแบมือออกยังจับกันเป็นก้อนแล้วค่อยๆคลายออกแสดงว่ามีความชื้นพอดี
2) บรรจุส่วนผสมลงในถุงขนาด 6.5X 12.5 นิ้ว หนา 0.8 – 0.10  มิลลิเมตร อัดให้แน่น 
   1 ถุงควรมีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม
3) ใส่คอขวดเพื่อให้ง่ายต่อการหยอดเชื้อและเป็นทางผ่านของอากาศ แล้วรัดคอขวดกับถุงด้วยยางรัดให้แน่น
4) ใส่จุกสำลีและกระดาษหุ้มปากก้อนเชื้อ
5) นำไปนึ่งฆ่าเชื้อในระดับความร้อน 100 องศาเซลเซียส โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับจำนวนก้อนเชื้อและชนิดหม้อนึ่ง เช่น
      - หม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง  ขนาด  100  ก้อน  ใช้เวลานึ่ง  2  ชั่วโมง
      - หม้อนึ่งหรือตู้นึ่ง   ขนาด  500  ก้อน  ใช้เวลานึ่ง  3  ชั่วโมง
      - หม้อนึ่งหรือตู้นึ่ง   ขนาด  1,000  ก้อน  ใช้เวลานึ่ง  4  ชั่วโมง
      - หม้อนึ่งหรือตู้นึ่ง   ขนาด  2,000  ก้อน  ใช้เวลานึ่ง  5  ชั่วโมง
6) ลดไฟลงปล่อยให้เย็น เปิดฝาหม้อนึ่ง นำก้อนเชื้อออกมาผึ่งเพื่อให้ก้อนเชื้อเย็น
7)หยอดเชื้อโดยการถ่ายหัวเชื้อจากขวดเมล็ดข้าวฟ่างลงไปเลี้ยงในก้อนเชื้อเห็ด สถานที่เขี่ยควรเป็นที่ที่อากาศไม่ถ่ายเทมากนัก และผู้หยอดเชื้อควรแต่งกายให้สะอาด มีผ้าปิดปาก จมูก ควรขยันลนปากขวดด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์หรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อเมื่อหยอดได้ 10 – 15 ถุง ปกติหัวเชื้อ 1 ขวดแบนจะหยอดได้ประมาณ 30 – 40 ถุง
     ปิดจุกสำลีและปิดหุ้มด้วยกระดาษทับอีกชั้นหนึ่งแล้วนำไปบ่มเลี้ยงเชื้อต่อไป
ขั้นที่ 3  การบ่มเชื้อ
ขั้นตอนการบ่มเชื้อเป็นขั้นตอนที่ให้เชื้อเห็ดได้เจริญเติบโตโดยเดินให้เต็มถุงมากที่สุดซึ่งจะส่งผลให้ได้ผลผลิตมาก ระยะเวลาให้ผลผลิตนาน ระหว่างที่บ่มเลี้ยงเชื้อเห็ด ควรตรวจคัดแยกก้อนเชื้อที่เสียหายจากกานปนเปื้อนของจุลินทรีย์ เชื้อราต่างๆ ออกไปทำลายทิ้ง หากอุณหภูมิภายในโรงเรือนร้อนเกินไป ต้องเปิดโรงเรือนระบายอากาศหรือใช้น้ำฉีดหลังคาโรงบ่มเพื่อลดอุณหภูมิ หากอุณหภูมิต่ำควรใช้พลาสติกคลุมโรงเรือนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้แก่ก้อนเชื้อ เพราะหากอากาศภายในโรงเรือนเย็นเกินไป เชื้อเห็ดจะไม่ยอมเดิน ปกติเห็ดลมจะทำการบ่มเชื้อนานประมาณ 2 เดือน
ขั้นที่ 4  การเปิดดอก
หากบ่มเชื้อจนเส้นใยเจริญเต็มที่แล้ว ก้อนเชื้อที่ดีจะต้องแข็ง เนื่องจากเส้นใยเจริญอัดตัวกันแน่นเป็นสีขาว แล้วดำเนินการขนย้ายเข้าโรงเรือนเพื่อเปิดดอกตามขั้นตอนดังนี้
1) พักก้อนเชื้อไว้ 2-3 วัน
2) ดึงกระดาษ สำลีและแคะเมล็ดข้าวฟ่างทิ้ง
3) ถอดคอขวดออก
4) ดึงปากถุงพลาสติกออกให้เห็ดได้สัมผัสอากาศ
5) เริ่มรดน้ำให้ความชื้น สังเกตว่าหน้าก้อนเห็ดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำหรือเริ่มเกิดตุ่มดอก ให้ใช้มีดโกนคมๆ กรีดถุงพลาสติกออก โดยกรีดเลยไหล่ถุงประมาณ 1 เซนติเมตร ขั้นตอนนี้อาจต้องรอเวลา     3 – 5 วันสำหรับถุงเชื้อเห็ดที่หน้าก้อนเชื้อยังไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำ
6) รดน้ำให้ชุ่ม
7) เก็บผลผลิต หลังจากเก็บเห็ดชุดแรกแล้วให้รดน้ำตามปกติ ทำความสะอาดโรงเรือน  ตัดแต่งขาเห็ดให้สะอาด
ขั้นที่ 5 การดูแลรักษา
หลังจากเปิดดอกเห็ดและเก็บผลผลิตเห็ดแล้วสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างสม่ำเสมอในโรงเรือนเปิดดอก คือ
1) รักษาความชื้นสัมพัทธ์ในบรรยากาศภายในโรงเรือนประมาณ 80 – 90 เปอร์เซ็นต์
2) ใช้วิธีรดน้ำน้อยๆ แต่บ่อยครั้งดีกว่าการรดน้ำครั้งละมากๆ โดยรดน้ำให้เป็นฝอยเล็กๆ น้ำที่รดควรเป็นน้ำที่สะอาดมีความเป็นกลาง (P.H. 7) ถ้าหากเป็นน้ำประปามีคลอรีนสูง ควรพักน้ำไว้ก่อนประมาณ 24 ชั่วโมง
3) หลังจากเก็บเห็ดหมดชุดแล้ว จะต้องทำความสะอาดแต่งหน้าก้อนเชื้อเห็ด เก็บกวาดทำความสะอาดภายในโรงเรือนและเปิดโรงเรือนเพื่อให้อากาศภายนอกไหลเวียนเข้าภายในโรงเรือน จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มมากๆ เพื่อสร้างบรรยากาศภายในโรงเรือนให้เย็น ใช้เวลาประมาณ      3 – 5 วัน จึงปิดโรงเรือนอบให้ร้อน ประมาณ 3 – 5 วัน เห็ดจะเริ่มอกดอกชุดใหม่ รอจนเย็นหรือค่ำจึงเปิดพลาสติกออกเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับเห็ด ซึ่งช่วงนี้ห้ามรดน้ำโดยเด็ดขาด เพราะเห็ดจะปรับตัวไม่ทัน และจะฝ่อตายในที่สุด ต้องรอจนกว่าจะถึงวันรุ่งขึ้นจึงให้น้ำได้
ด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น
                กลุ่มได้พัฒนาอุปกรณ์เพื่อแก้ปัญหาแรงงานไม่เพียงพอ ได้ผลิตเครื่องอัดก้อนเชื้อ โดยเป็นเครื่องทุ่นแรง ทำให้ผลิตได้เร็วกว่าการบรรจุแบบเดิม ประมาณ 2 เท่า ซึ่งใช้ผลผลิตที่เหลือใช้ในพื้นที่ นอกจากนี้กลุ่มยังได้ผลิตเตานึ่งก้อนเชื้อ ซึ่งมีความจุก้อนเชื้อสำหรับนึ่งได้ครั้งละ 3,600 ก้อน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของกลุ่มเอง
ตอบคำถาม
1.เป็นความรู้ หรือเป็นเทคโนโลยี : เป็นความรู้ เพราะเป็นเรื่องที่สามารถนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นสามารถนำไปใช้ และสามารถนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตเพื่อผลผลิตที่มากขึ้น และคุณภาพของสินค้า
2.ถ้าหากประเทศไทยเอามาทำแล้ว จะไม่ต้องลงทุนมาก (เช่นฟรี) : ไม่จำเป็นต้องลงทุนมากเนื่องจากขั้นตอนในการขั้นตอนในการเพาะปลูกมีการลงทุนทางด้านการใช้จ่ายไม่สูงนัก แต่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแล เหมาะแก่การนำมาเป็นอาชีพเสริม สามารถปลูกเพื่อนำมาบริโภคเอง และสำหรับผู้ที่ต้องการประกอบเป็นอาชีพหลักก็สามารถทำได้ เนื่องจากเห็ดลมมีราคาสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป
3.สามารถทำให้ชาวบ้านตาดำๆลดต้นทุนในการดำเนินชีวิตลงได้ หรือเพิ่มรายได้ให้เขา หนึ่งเท่าตัว : สามารถทำได้ อาจจะเป็นอาชีพเสริมของเกรษตรกร เพราะไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลตลอดเวลา เนื่องจากต้นทุนที่ไม่สูงนัก มีเพียงต้นทุนในการซื้อนำเชื้อเท่านั้น จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาประกอบเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม
ที่มา:   http://atsc.doae.go.th/report%20good_atsc/good_atsc2549/4/ยโสธร.ppt
 
หน้า: [1]
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!