AI Thailand
ธันวาคม 04, 2020, 09:39:57 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 11 12 [13] 14
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ธุรกิจแจ่ม  (อ่าน 113180 ครั้ง)
suttikead
Newbie
*
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #180 เมื่อ: เมษายน 27, 2009, 09:30:49 PM »

 ลำดับที่ 49 รหัส 503270014-9
คณะนิติศาสตร์ sec 1
ชื่อนายสุทธิเกียรติ มากพูน
วิชาธุรกิจปลาสวยงาม     

                                 "เชียร์ไทย" ช็อป
                      เมื่อไม่นานมานี้ได้เห็นร้านขายเสื้อและอุปกรณ์การเชียร์ทีมฟุตบอลไทย ภายใต้ชื่อ"เชียร์ไทย" ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าวเขตจตุจักร กรุงเทพฯ ได้มีโอกาสพบกับ คุณพินิจ งามพริ้งประธานชมรมเชียร์ไทย และเจ้าของร้านเชียร์ไทย เล่าให้ฟังว่าชมรมนี้เกิดขึ้นมาราว 7 ปีแล้ว แต่ร้านขายสินค้าเพิ่งเกิดเมื่อปลายปี 2550ที่ผ่านมานี้เอง
                      จากชมรมมาสู่ร้านขายอุปกรณ์การเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย ในนาม "เชียร์ไทย" คุณพินิจบอกว่า "สาเหตุที่ตั้งร้านคือ ความต้องการของลูกค้าค่อนข้างมากมีคนถามหาตลอดเวลา ในขณะที่บางคนถามหาสินค้าฟุตบอลทีมต่างประเทศซึ่งผมคิดว่า ถ้าเทียบกันแล้ว ตรงนี้น่าจะเป็นกลุ่มที่ใหญ่กว่าเพราะมันคือของของเราเอง ส่วนของต่างประเทศนั้น ควรเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มแต่ภาพที่ออกมาคือ ร้านค้าที่ขายสินค้าทีมฟุตบอลต่างประเทศสามารถเปิดร้านได้ใหญ่โต สวยงาม และอยู่ในทำเลที่ดี
                     เมื่อเทียบกับของเรา สินค้าในร้านแห่งนี้ มีจุดมุ่งหมายที่เด่นชัดคือเป็นสินค้าสำหรับการเชียร์ฟุตบอลไทย ได้แก่ เสื้อยืดแบบต่างๆ และธงอุปกรณ์ในการเชียร์
นอกจากนี้ชมรมนี้ยังได้เปิดเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างสมาชิกและบุคคลทั่วไปที่สนใจ รวมทั้งเผยแพร่กิจกรรมต่างๆในเว็บไซต์ดังกล่าวยังมีรูปของสินค้าเพื่อให้ผู้สนใจติดต่อซื้อได้ในหลายช่องทาง
                    สนใจติดต่อสอบถามและสั่งซื้อสินค้าของเชียร์ไทย ได้ที่ 1. Cheerthai Shop ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว (ชั้นใต้ดิน ข้างร้าน Coffee World 2. Cheerthai Shop ตึกสหกรณ์ซอยอารีย์ฯ พหลโยธิน โทร. (086) 628-0998 หรือเข้าไปดูได้ที่www.cheerthai.com

ที่มา  http://makemoney.spiceday.com/viewthread.php?tid=46560&extra=page%3D1&sid=7PCZzn


Who    เชียร์ไทย ช็อป
What   ร้านขายเสื้อและอุปกรณ์การเชียร์ทีมฟุตบอลไทย 
Where  Cheerthai Shop ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว (ชั้นใต้ดิน ข้างร้าน Coffee World 2. Cheerthai Shop ตึกสหกรณ์ซอยอารีย์ฯ พหลโยธิน
When   เกิดเมื่อปลายปี 2550   
Why    จุดประสงค์เพื่อขายเสื้อและอุปกรณ์การเชียร์ทีมฟุตบอลไทย
             จึงไม่ใช่แค่ฟุตบอลแต่ให้มีกลิ่นของความเป็นแฟชั่นเข้ามาร่วมด้วย
             และเพื่อเป็นการปลูกฝังความเป็นชาติความสามัคคี รักชาติ
How     เนื่องจากในการแข่งขันฟุตบอลในแต่ล่ะนัดของทีมต่างชาติ มีผู้ที่สนใจเป็นจำนวนมากทั้งในและนอกสนามและคนกลุ่มนี้นิยมมักนำชุดของทีมของต่างประเทศมาสวมใส่
              โดยถ้าเทียบกับทีมฟุตบอกของประเทศเราแล้ว จุดนี้น่าจะเป็นที่สนใจกว่าเพราะ สินค้าเป็นแบรน์ของเราเองและคนไทยก็ให้ความสนใจไม่น้อยไปกว่าทีมของต่างประเทศ
Whome  กลุ่มคนที่สนใจในกีฬาฟุตบอล
 **อาจารย์ครับ จุดที่ผิดอยู่ตรงไหนบ้าง ให้อาจารย์บอกด้วยน่ะครับ ผมจะนำไปแก้ไข แล้วตัดคะแนนวันไหนครับ ผมกลัวส่งไม่ทัน ขอบคุณครับ**
บันทึกการเข้า
patchareephon
Newbie
*
กระทู้: 6


ดูรายละเอียด
« ตอบ #181 เมื่อ: เมษายน 27, 2009, 10:15:25 PM »

รายชื่อเพิ่ม
493080758-8 sec.2
น.ส.พัชรีพร  จามจอหอ
วิชา ธุรกิจปลาสวยงาม


"One More" ไอศกรีมโฮมเมด นำร่องรสมะยมพร้อมพริกกะเกลือ
โดย ผู้จัดการออนไลน์

          หลังจากเป็นลูกจ้างบริษัทใหญ่มาหลายปี 2 พี่น้อง ปัญจรัตน์ กับ นวรัตน์ วงศ์นภาพรรณ เจ้าของธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด “One More” จึงเริ่มมองหาโอกาสสร้างธุรกิจของตนเอง และสรุปได้ว่าควรจะเริ่มจากสิ่งที่ชอบ คำตอบจึงออกมาเป็นไอศกรีมซึ่งเมื่อได้ไปตระเวนรับประทานมาทั่วแล้ว ก็อยากที่จะทำในแบบที่ตนเองชอบออกมาบ้าง และเริ่มจากการไปเรียนรู้วิธีการทำเพื่อให้ได้ความรู้และขั้นตอนการทำอย่างถูกหลักสำหรับการที่จะมาทำเป็นธุรกิจ แม้ว่าจะเป็นไอศกรีมแบบโฮมเมดก็ตาม
         ในระยะ 1 ปีที่ฝึกฝนฝีมือและเรียนรู้จากหนังสือทั้งของไทยและต่างประเทศ แล้วเริ่มด้วยการทำตาม จนเมื่อชำนาญจึงใส่ลูกเล่นของตนเองลงไป และเริ่มเห็นโอกาสทางธุรกิจเพราะลูกค้าให้การตอบรับอย่างดี จากการไปทดลองออกงานแฟร์ตามสถาบันการศึกษา รวมถึง การได้รับเลือกให้ไปร่วมงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยต้อนรับมิสยูนิเวอร์สในสมัยที่ ....เกลโบวา ได้รับตำแหน่ง ที่จะขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยมีผลไม้ไทยเป็น theme ของงาน เพราะในตอนแรกของการสร้างความแตกต่างในสินค้าได้ใช้ไอศกรีมผลไม้เป็นจุดขาย

การใช้ผลไม้ไทยสร้างความโดดเด่นในตอนเริ่มต้น เพราะแบรนด์ดังทั้งหลายเป็นไอศกรีมที่ทำจากนมและด้วยต้นทุนวัตถุดิบคือผลไม้ไทยมีราคาถูก และมีความหลากหลายเป็นข้อได้เปรียบในการเลือกนำมาใช้ได้มากมาย แต่ในเวลาต่อมาได้ขยายฐานกลุ่มลูกค้าไปสู่เด็ก รวมทั้งวัยรุ่นที่ชอบไอศกรีมที่มีส่วนผสมของนม และปัจจุบันได้เพิ่มไอศกรีมโยเกิร์ตขึ้นมาอีกประเภทหนึ่งให้อยู่ในกลุ่มสินค้าหลัก
       สำหรับรสชาติต่างๆ ที่ผลิตขึ้นมา นอกจากตัดสินใจจากความชอบส่วนตัวแล้ว ยังปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ด้วย เหมือนกับมองว่าธุรกิจนี้ลูกค้ามีส่วนเป็นเจ้าของด้วย เพราะเป็นคนช่วยให้เกิดความคิดใหม่ๆ และช่วยในการตัดสินใจ ไม่ได้มองว่าเป็นเพียงแค่ผู้ขายกับผู้ซื้อเท่านั้น
       "คอมเม้นท์หลายๆ เรื่องของลูกค้าทำให้เราอยู่มาถึงวันนี้ เรานึกขอบคุณลูกค้าตลอด ไอศกรีมหลายๆ รสที่ขายดีในวันนี้ก็เพราะลูกค้าช่วยกันติช่วยกันชม แต่หลายรสที่ลูกค้าแนะนำ เช่น บีทรูท เคยทำลองทำแล้วมีคนชอบน้อยมาก เราก็ทำออกมาไม่ได้"อย่างไรก็ตาม การสร้างโอกาสใหม่ๆ ในลักษณะพันธมิตรเริ่มมีเข้ามาบ้าง เช่น เจ้าของเครื่องดื่มจินเจน จ้างให้ทำไอศกรีมจากขิงเพื่อไปจัดงานอีเว้นต์ ซึ่งกลายเป็นไอเดียให้คิดว่าควรจะใช้ความได้เปรียบจากการเป็นรายเล็กๆ ทำให้สามารถออกแบบไอศกรีมรสชาติต่างๆ ออกมาเป็นพิเศษแบบไอศกรีมตามสั่ง เพราะรายใหญ่มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณการสั่งซื้อ ในขณะที่ พันธมิตรจะได้ประโยชน์จากการนำสินค้าของเขามาเป็นวัตถุดิบและสร้างความแปลกใหม่ และไอเดียต่างๆ ที่ใช้เป็นการเพิ่มคุณค่าในตัวสินค้าให้กับลูกค้า เป็นการได้ประโยชน์ทุกฝ่าย
    นอกจากนี้ การสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ด้วยการต่อยอดจากของเดิม คือการนำหม้อดินแบบโบราณมาใส่ท๊อปปิ้งและเพิ่มความหลากหลายฝรั่งโรยบ๊วย และมะม่วงน้ำปลาหวาน จากเดิมที่มีแค่มะยมพริกเกลือ ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงของการนำ "หม้อดินโบราณ" มาจัดวางคู่กับ "ตู้ไอศกรีมสมัยใหม่" ซึ่งเป็นภาพที่ขัดกัน และใช้กับการออกงานแฟร์ เพราะเป็นความพยายามเสนอให้เห็นว่าเป็นไอศกรีมของคนไทย และต้องการให้เกิดความสงสัย จะได้มีโอกาสพูดคุย และนำไปสู่การทดลอง ทำให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาโดยไม่ต้องร้องเรียกให้เหนื่อยทั้งวัน แม้ว่าท้ายที่สุดจะไม่ชอบในรสชาติหรือท๊อปปิ้งที่ใส่ก็ตาม แต่ทำให้เกิดการจดจำ อย่างไรก็ตาม จากนำไปออกงาน ThAIFEX 2008 และอีกหลายแห่งตามมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ได้รับการตอบรับดี โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงผู้ใหญ่ เพราะเป็นความแปลกแบบไทยที่คนไทยคุ้นเคย วิธีการแบบนี้เหมือนยกห้องแล็ปไปหาลูกค้าและบางครั้งเป็นการนำสูตรหรือไอเดียจากลูกค้ามาเข้าห้องแล็ปจริงๆ เพราะเมื่ออยู่กับลูกค้าจะเปิดรับอย่างมาก ทำให้ได้ข้อมูลดีๆ เสมอ
       ด้วยการสำรวจจากลูกค้าโดยตรงทำให้รู้ความต้องการได้อย่างชัดเจน และลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเป็นลูกค้าประจำ จึงช่วยประเมินความต้องการของตลาดและการตัดสินใจเลือกผลิดได้อย่างดี ซึ่งการวางตำแหน่งสินค้าไว้ที่ระดับพรีเมี่ยม มุ่งกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบนเพราะต้นทุนสูงโดยเฉพาะวัตถุดิบที่ใช้อย่างเข้มข้น แต่ราคาที่ตั้งไว้ระดับ 30-35 บาทต่อถ้วย ซึ่งไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพและความแปลกใหม่ที่นำเสนอ เพื่อต้องการให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า
       แม้ว่าในปัจจุบันต้นทุนต่างๆ จะเพิ่มขึ้น แต่ไม่คิดจะปรับขึ้น เพื่อต้องการสร้างตลาดให้เติบโตในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ แต่ปรับตัวด้วยการปรับขนาดและรูปแบบเป็น "mini waffle" เพื่อขายในราคา 20 บาท ทำให้เกิดการทดลองและตัดสินใจจ่ายง่ายขึ้น ซึ่งในที่สุด ลูกค้ามักจะกลับมาซื้อครั้งต่อไปในขนาดปกติเพราะติดใจในรสชาติ
       ปัจจุบันไอศกรีมวันมอร์มีรสชาติที่ขายได้เตรียมไว้ 50 รสชาติ โดยมีรสชาติที่ขายดีกว่า 30 รสชาติ และมุ่งเน้นการสร้างสรรค์รสชาติและการนำเสนอแบบใหม่ๆ เป็นจุดขายที่โดดเด่นและแตกต่างอยู่ตลอด เช่น ล่าสุดกำลังทดลองสินค้ากลุ่มขนมไทย เช่น ไอศกรีมกล้วยบวชชี และจะใช้ใบตองเป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อฉีกแนวจากเดิมและสร้างความสนุกให้ผู้บริโภค

ที่มา  http://www.raidaidd.com/forums/archiver/?tid-3037.html

Who : 2 พี่น้อง ปัญจรัตน์ กับ นวรัตน์ วงศ์นภาพรรณ
What :  " One More "ธุรกิจไอศกรีม Home made
Where : ร้านกำปั่นซึ่งอยู่ที่ตลาดน้ำอัมพวา ห้างสรรพสินค้าที่กรุงเทพมหานคร และวางจำหน่าย 10 กว่าแห่ง
when : ขายตลอดทั้งวัน เช้า - เวลาที่นักท่องเที่ยวกลับ หรือ ห้างสรรพสินค้าปิด
Why :  ต้องการสร้างความแตกต่างของไอศกรีมผลไม้ธรรมดาทั่วไป จึงนำผลไม้ไทย เช่น มะยม มะขาม มะเกลือ มาประยุกต์ทำเป็นไอศกรีม รวมทั้งต้องการสร้างความโดดเด่นให้ผลไม้ไทยในการออกตลาดในรูปแบบใหม่
How : เนื่องจากปัจจุบันไอศกรีมส่วนมากเป็นรสผลไม้ที่มาจากต่างประเทศ เช่น cherry จึงมีแนวคิดที่จะสร้างความโดเด่นให้กับผลไม้ไทย และ ยังมีการทดลองทำไอศกรีมรสใหม่ ๆ ที่เป็นของหวาน เช่น ไอศกรีมกล้วยบวชชี
Whome : เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย

บันทึกการเข้า
patchareephon
Newbie
*
กระทู้: 6


ดูรายละเอียด
« ตอบ #182 เมื่อ: เมษายน 27, 2009, 10:38:38 PM »

รายชื่อเพิ่ม
503270192-5 sec.2
น.ส. สรัญวรมย์ จันทร์แสง
วิชา ธุรกิจปลาสวยงาม


"บ้านเทียนขนม" เหมือนจริงแต่กินไม่ได้
บางครั้งการตกงานก็สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้เหมือนกัน อย่างเจ้าของธุรกิจ “บ้านเทียนขนม” ที่หลังจากประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ดเมื่อปี 2540 ทำให้ต้องตัดใจทิ้งอาชีพรับเหมาก่อสร้างที่ทำมานานกว่า 10 ปี โดยผู้เป็นพี่ชายคือนาย “สักรี มะ”
       
       หลังจากตกงานจึงคิดค้าขาย โดยผลิตงานที่เน้นธรรมชาติ มีความแตกต่างจากท้องตลาด โดยเริ่มต้นที่การนำกระบอกไม้ไผ่มาทำเป็นเทียนขาย ปรากฏว่าขายดีมาก และมีการพัฒนาสินค้ามาเรื่อยๆ จนมาลงตัวที่เทียนขนมอย่างในปัจจุบัน
       
       “ในช่วงแรกที่ทำเทียนในกระบอกไม้ไผ่ก็ขายดี หลังจากนั้น เราก็เริ่มทำเรียนที่เป็นของกิน โดยเริ่มจากของที่ง่ายๆ ก่อน อย่างกาแฟโบราณ ชาเย็น บัวลอย ที่ใช้การผสมสีที่ไม่ยาก และไม่หลากหลายมากนัก และลองไปขายที่ถนนข้าวสาร ปรากฏว่าลูกค้าคนไทยให้ความสนใจและอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก แต่ลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติก็แค่ดูเฉยๆ เพราะไม่รู้จักขนมไทย”
ซึ่งหลังจากทำเทียนขนมออกมาแล้วประสบความสำเร็จ ทำให้สักรีคิดจับจุดยืนการทำเทียนขนมอย่างจริงจัง โดยมีน้องๆ ที่ออกจากกงานประจำมาช่วยกันทำเทียนขนมเพื่อจำหน่าย เพื่อลดปัญหาการผลิตไม่ทันตามออเดอร์ ทำให้ในปัจจุบันสินค้าของบ้านเทียนขนม ได้มีการพัฒนารูปแบบเทียนขนมไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ของ “บ้านเทียนขนม” แม้ว่าที่ผ่านมาจะลูกค้าแนะนำให้ทำเทียนออกมาในรูปของอาหารบ้าง แต่สักรีกลัวไม่เข้าคอนเซ็ปต์ของบ้านเทียนขนม
       “เทียนเป็นที่อาหารคาว ก็มีคนทำออกมา แต่ยังไม่เหมือน และทำยากกว่าการทำออกมาในรูปของขนม และเราคิดว่าเรามีความชำนาญในการทำเทียนที่เป็นขนมไทย จึงคิดว่าควรจะทำในแนวทางที่เราถนัดมากกว่า และอาศัยการพัฒนารูปแบบสินค้าไปเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้เราทำออกมาเป็นเทียนชุด เช่น ชุดอาหารเช้า อาหารว่าง และชุดของหวาน เป็นต้น ทำให้ในปัจจุบันสินค้าของบ้านเทียนขนมมีกว่า 30 รายการแล้ว”
       
       เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นขนม ทำให้กลิ่นของเทียนที่ผลิตออกมาจะเน้นกลิ่นที่เป็นอโรโม่คงไม่ได้ ซึ่งนายเจษฎา มะ ผู้เป็นน้องชาย กล่าวว่า ต้นทุนในการทำเทียน เรื่องของการนำกลิ่นมาใช้ถือเป็นต้นทุนที่สูงที่สุดในการทำเทียน ดังนั้นทางเราจึงใช้กลิ่นวนิลา และสตรอเบอร์รี่ ที่มีราคาถูกกว่า และเหมาะกับการทำเทียนขนมมากที่สุด
 ส่วนกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย เพราะรูปแบบของเทียนจะเป็นขนมไทยทั้งหมด โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อไปมักจะนำไปให้เป็นของขวัญ และของชำร่วย มากกว่าการใช้งานเอง แต่อย่างไรก็ตามทางบ้านเทียนขนม ก็ได้ออกแบบเทียน โดยเน้นความปลอดภัยเวลาจุดเทียนเป็นสำคัญ โดยจะใส่ฐานของเทียนที่เป็นเหมือนหมุดที่เทียนทุกชิ้น ทำให้เมื่อการไหม้ของเทียนจะไม่หมดแท่ง ทำให้ช่วยลดปัญหาการเกิดไฟไหม้ได้
       "การทำเทียนขั้นพื้นฐาน ไม่ยากนัก เพราะเราจะสอนทุกขั้นตอนให้หมด แต่การที่จะทำออกมาสวยหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนของแต่ละคน ซึ่งต้องใช้เวลา แต่หากใครที่เรียนไปแล้วเกิดข้อสงสัยก็สามารถกลับมาถามได้ตลอดเวลา ซึ่งในการทำเทียนขนมแต่ละชนิดก็มีความยากง่ายแตกต่างกัน"
  สำหรับการมองตลาดในต่างประเทศ เจษฎา ยังไม่ได้ให้ความสนใจมากนักกับลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่รู้จักขนมไทย ซึ่งตลาดในต่างประเทศที่ผ่านมาก็จะมีคนไทยในต่างประเทศเท่านั้นที่ซื้อไปจำหน่าย หรือเพื่อให้เป็นของขวัญในกลุ่มของคนไทยด้วยกัน แต่ที่ผ่านมาก็มีลูกค้าเอเชียบ้าง จะนิยมซื้อเทียนซาลาเปา เนื่องจากเป็นอาหารที่เป็นสากลกว่าขนมไทยชนิดอื่นๆ  ***ผู้สนใจติดต่อ 0-6970-6518, 0-2711-6618***

ที่มา http://www.rssthai.com/reader.php?t=sme&r=4183


Who : คุณ เจษฎา มะ
What : บ้านเทียนขนม  ธุรกิจเทียนที่มีรูปร่างเหมือนขนมต่าง ๆ
Where : ขายทางเน็ต และ สามารถโทสั่งตามต้องการ
when : หลังจากภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ดเมื่อปี 2540
Why :  ต้องการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส จึงหันมาทำเทียนขนม มีทั้ง ชุดอารเช้า ว่าง และ ของหวาน         
How : เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่นิยมรับประทานอาหาร และขนมของไทยอยู่แล้ว จึงทำเทียนที่มีลักษณะเหมือนขนม
           ทั้งเป็นของชำร่วยและ ของตกแต่งต่าง ๆ
Whome : คนไทยเป็นส่วนใหญ่





บันทึกการเข้า
wilasinee kamontip
Newbie
*
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด
« ตอบ #183 เมื่อ: เมษายน 27, 2009, 10:46:42 PM »

ลำดับที่ 37
น.ส วิลาสินี กมลทิพย์
sec1
513210592-6
คณะ วิทยาการจัดการ การเงินสมทบ
วิชา ผู้ประกอบการธุรกิจสัตว์เลี้ยง


                                                                      * ปลอกคอ ป้องกันเห็บหมัด*

"อากาศเย็น  ท่านไม่ต้องกังวลว่า อาบน้ำบ่อยๆ ว่าสัตว์เลี้ยงที่น่ารักของท่านจะไม่สบายหรือ ท่านไม่อาบน้ำให้ก็ไม่ต้องกังวลว่าสัตว์เลี้ยงที่น่า

รักของท่านจะมีมัด มีเห็บ  ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป"


*ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดในรูปแบบปลอกคอ  *

ได้มีความพยายามปรับหาวิธีเพื่อให้ผู้ใช้มีความสะดวกมากขึ้น จากเดิมที่ใช้วิธีอาบ จุ่ม หรือชโลม หากท่านใดมีสัตว์เลี้ยงหลายๆ ตัววิธีที่กล่าว

มาย่อมเหนื่อยและยุ่งยาก และโดยปรกติที่สุนัขและแมวต้องใส่ปลอกคออยู่แล้ว จึงมีการประดิษฐ์ปลอกคอที่มีสารรบกวนแมลงเพื่อกำจัดเห็บ

หมัดด้วย  สารต่างๆ มีคุณสมบัติในเรื่อง ความปลอดภัย ในการเลือกใช้ให้เลือกแบบที่ตรงต่อความต้องการและเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง เช่น

ปลอกคอสำหรับสัตว์เลี้ยง
       
               ปลอกคอป้องกันเห็บหมัดและแมลงกัดต่อยจากเบียฟาร์ สกัดจากนํามันผลใน ธรรมชาติ  เช่า น้ำมันจาก ผลเลมอน ผลส้ม และ

น้ำมัน ยูคาลิปตัส ซึ่งมีฤทธิ์ กลิ่นที่ เห็บหมัด และยุงไม่ชอบ โดยธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี เป็นส่วนผสม มาจากธรรมชาติ ปลอกภัยต่อคนและ

สัตว์เลี้ยงต่างๆในบ้าน ป้องกันเห็บหมัดและแมลงต่างๆได้นาน ประมาณ 90-120 วัน มีความยาวขนาดยาว21 นิ้ว ความยาวสามารถตัดให้พอ

ดีได้  ปลอกคอยังมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ สวัตว์ที่สามารถใช้ปลอกคอได้ ต้องมีอายุตั้งแต่ 6สัปดาห์ขึ้นไป ราคาอยู่ที่ 190บาท/ชื้น

สินค้าคุณภาพ นำเข้าจากประเทศ ฮอล์แลนด์ (Halland)

 วิธีใช้:    สวมใส่ปลอกคอ ให้พอดีและกระชับต่อคอสัตว์เลี้ยง

            รัดในส่วนที่ยาวเกินไปออก ซึ้งขึ้นอยู่กับขนาดของคอสัตว์เลี้ยงของท่าน






แหล่งที่มา: http://www.mypuppypetshop.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
MyPuppy Petshop โทร. 086-616-9177 สุภาวดี (09.00 - 20.00น.)
จัดส่งสินค้าทั่วประเทศทางไปรษณีย์!
ประหยัดเวลา+ ประหยัดค่าน้ำมัน+ สินค้าส่งตรงถึงบ้านคุณ** 
ราคา : 190 บาท
สนใจติดต่อคุณ : MyPuppy Petshop  IP 58.64.74.188
ได้ที่ โทร/e-mail : 086-616-9177 สุภาวดี (09.00 - 20.00น.)


 

บันทึกการเข้า
siriphan
Newbie
*
กระทู้: 3


ดูรายละเอียด
« ตอบ #184 เมื่อ: เมษายน 28, 2009, 12:18:03 AM »

ลำดับที่ 38
รหัส 513210600-3
sec.1
คณะ วิทยากาจัดการ (การเงินสมทบ)
ชื่อ น.ส. ศิริพันธุ์ กัณหากุล
วิชา ผู้ประกอบการธุรกิจสัตว์เลี้ยง


         ทำใหม่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2009, 10:12:20 AM โดย webmaster » บันทึกการเข้า
aM AifFyY
Newbie
*
กระทู้: 2


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #185 เมื่อ: เมษายน 28, 2009, 04:43:59 AM »

ลำดับที่ : 19
ชื่อ : นางสาวภนิดา  ชัยมูล
รหัส : 483210553-3
คณะ : วิทยาการจัดการ  สาขา การเงิน (โครงการพิเศษ)
sec : 1
วิชา : ธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการด้านสัตว์เลี้ยง


"Cone Pizza  (โคนพิซซ่า) เป็นร้านพิซซ่าในรูปโคนที่เปิดตัวแห่งแรกของประเทศไทย"

        พิซซ่าในรูปแบบใหม่  "พิซซ่าในโคน"  โคนที่ทำจากแป้งแบบกรอบนอกนุ่มใน  ซึ่งต้องใช้ขบวนการผลิตแป้งแบบเฉพาะ
สามารถเดินทานได้  มีรสชาติที่เป็นอิตตาลีแท้ ๆ  ไม่เหมือนใคร  เน้นขายลูกค้าอายุ 18-25 ปี ที่ชอบความแปลกใหม่  ทันสมัย 
เป็นร้านพิซซ่าในรูปโคนที่เปิดตัวแห่งแรกของประเทศไทย  โดยพิซซ่าในรูปแบบโคนกำลังเริ่มเป็นที่นิยมทั่วโลก  ทั้งในอิตตาลี  ญี่ปุ่น
เกาหลี  และ  อเมริกา  และประเทศอื่น ๆ

          บริษัท ฟู๊ดสไลด์ จำกัด  ก่อจดทะเบียนบริษัทตั้งขึ้นเมื่อ 1 ปีที่แล้ว  โดยนโยบายของบริษัทคือ  การหาอาหารที่ง่ายในการกิน
ทำได้สะดวกรวดเร็ว  และรูปแบบของอาหารที่ตื่นตาตื่นใจ  ให้เหมาะกับสังคมสมัยใหม่  โดยบริษัท ฟู๊ดสไลด์ จำกัด  ได้ชื้อวิธีการผลิตพิซซ่ารูปโคนแบบเฉพาะจากต่างประเทศ  ทั้งการทำแป้งโคน  และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการผลิต   
         
          โดยโคนพิซซ่าเน้นปัจจัยหลัก 3 ข้อ คือ 
                    1.  สินค้ารูปแบบแปลกใหม่  พิซซ่าในโคนแป้ง  ซึ่งต้องใช้ขบวนการผลิตเฉพาะ 
                    2.  รสชาติอิตาเลี่ยนแท้ ไม่เหมือนใคร ในระหว่าง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัททำแบบสอบถาม โดยมากกว่า 95% ของลูกค้าที่ได้ลองชิมบอกว่ารสชาติอร่อย
                    3.  การให้บริการที่มีประสิทธิภาพ เน้นการอบรมที่สม่ำเสมอ

          สินค้าพิซซ่ามีทั้งหมด 6 หน้าหลักคือ  ฮาวายเอี้ยน มีทเลิฟเวอร์  นันดูย่า  ซาลามี่อิตตาเลี่ยนซอสเซจ  เห็ดล้วน  และแฮมเห็ดเบคอน  อาหารอื่น ๆ  ได้แก่  ไก่อบพริกไทยดำ  พาสต้า  มีทบอล และคาโบนาร่า  และน้ำดื่มต่าง ๆ

          บริการแบบรวดเร็วทันใจ โดยคำนึงถึงความพอใจของลูกค้าเป็นหลัก  ณ ปัจจุบันมี  2 สาขา  ที่เป็นของบริษัท ฟู๊ดสไลด์ เอง คือที่  เซ็นทรัลเวิลด์  และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า
         
          ตลาดพิซซ่าเป็นตลาดใหม่กว่า 5 พันล้านบาท และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 9-10 % ต่อปี


ที่มา : http://www.thaifranchisecenter.com/directory/detail.php?fcID=f000000507&ShowOnly=Thai


Who : Cone Pizza  (โคนพิซซ่า)
What : เป็นร้านพิซซ่าในรูปแบบใหม่  คือ  เป็นร้านพิซซ่าในรูปโคนทรงกรวยที่เปิดตัวแห่งแรกของประเทศไทย 
Where : ปัจจุบันมี 2 สาขา คือ ที่ชั้น 6 เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า และมีโครงการขยายสาขาอีก 15 สาขา ภายในสิ้นปี 2552
When : บริษัท ฟู๊ดสไลด์ จำกัด  ก่อจดทะเบียนบริษัทตั้งขึ้นเมื่อ 1 ปีที่แล้ว 
Why : ในปัจจุบัน  คนส่วนมากชอบความแต่กต่าง  ความแปลก  ความโดดเด่น  และความสะดวกสบาย  บริษัท ฟู๊ดสไลด์ จำกัด  จึงมีการคิด
           ค้นและทำพิซซ่าใส่ในโคนที่มีรูปทรงกรวย
How : เนื่องจากทุกวันนี้เวลาทุกนาทีมีค่า จึงทำให้บุคคลบางกลุ่มไม่มีเวลาที่จะไปนั่งทานพิซซ่าในร้าน ซึ่งก็ต้องใช้เวลาพอสมควรอยู่เหมือน
           กัน บุคคลกลุ่มนั้นก็สามารถทานพิซซ่าได้อย่างที่ใจต้องการ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลานั่งทานที่ร้านเหมือนอย่างเคย และความสะดวก
           สบายอีกอย่างก็คือ สามารถถือทานไปพร้อม ๆ กับการทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ด้วย เช่น เดินช๊อปปิ้ง  เป็นต้น
Whome : คนทุกเพศทุกวัยที่ชอบความแปลกใหม่  และความสะดวกสบาย แต่ที่เน้นขายจริง ๆ ก็คือ ลูกค้าอายุ 18-25 ปี
บันทึกการเข้า
siripron
Newbie
*
กระทู้: 3


ดูรายละเอียด
« ตอบ #186 เมื่อ: เมษายน 28, 2009, 11:08:39 AM »

ลำดับที่ 28  รหัส 503210861-4  Sec.1  คณะวิทยาการจัดการ
ชื่อ  นางสาวศิริพร  ภูนาขาว  ชื่อวิชา  ธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการด้านสัตว์เลี้ยง

                          ธุรกิจเพ้นท์โลงศพ

 
“ เป็นธุรกิจที่ดิฉันอยากจะไปเรียนด้วยใจจริง  ดิฉันอยากสร้างความประทับใจให้กับคนรักเพราะมันก็คล้ายๆกับชีวิตของผู้หญิงคนนี้  ต่างกันตรงที่คนรักของฉันยังไม่สิ้นลมหายใจเพียงแค่ลืมตามองดูโลกไม่รู้ว่าจะเหลือเวลาอีกนานเท่าไร ”
ศุภวรรณ  ด้วงสุวรรณ เจ้าของผลงานศิลปะที่รังสรรค์ขึ้นเพราะความสูญเสีย ความกลัวนับว่าอยู่ที่สายตามนุษย์...ที่สร้างภาพมายาคติหลอกลวงตัวเอง

หลังเปิดสอนวาดภาพตามแบบของตัวเองอยู่ 4 ปี ศุภวรรณจึงเปิดสตูดิโอสอนวาดภาพเป็นของตัวเอง แต่ที่ทำให้เราสนใจในตัวเธอคือ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบแหวกแนวที่ไม่มีใครคาดคิดถึง 
นั่นคือ การวาดภาพลงบนโลงศพ

ศุภวรรณเล่าย้อนไปถึงที่มาของการเพนท์รูปลงบนโลงศพว่า เริ่มจากการสูญเสียสามีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เธออยากจะทำอะไรเป็นที่ระลึกถึงให้กับสามีเป็นครั้งสุดท้าย จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะวาดภาพดอกกุหลาบที่เธอชื่นชอบให้บนโลงที่บรรจุร่างของสามีคู่ชีวิต

สองวันเต็มๆ กับความตั้งใจของเธอ ในที่สุดผลงานศิลปะชิ้นแรกที่สร้างสรรค์ลงบนโลงศพของศิลปินหญิงผู้นี้ก็สำเร็จลง ท่ามกลางความประหลาดใจของแขกหรื่อคนที่มาร่วมงาน เพราะไม่เคยเห็นโลงศพแบบนี้มาก่อน เสียงชื่นชมปากต่อปากทำให้มีร้านจำหน่ายโลงศพติดต่อมาให้ศุภวรรณช่วยเพนท์โลงศพต่อมาอีกหลายใบ

แต่แม้จะสวยงามขนาดไหน สุดท้ายโลงดังกล่าวก็ต้องมอดไหม้ไปพร้อมกับร่างของผู้ตายที่อยู่ภายใน แต่อย่างน้อย ศุภวรรณก็คิดว่านั่นน่าจะเป็นการส่งผู้ที่ล่วงลับไปสู่สุขคติเป็นครั้งสุดท้าย ให้เป็นภาพความทรงจำที่งดงามของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

“ถ้าตายไปคนยังคิดอยู่ว่าเราวาดรูปได้ เราทำอะไรที่สวยงามได้ อย่างน้อยเขาเห็นของเราเขายังคิดถึงเรา แต่ถ้าการที่เราตายไปแล้ว ไม่มีใครคิดถึงเรา นั่นสิน่าเศร้า”
ทุกวันนี้ ศุภวรรณจึงตั้งใจทำงานศิลปะของเธอฝากไว้บนโลกใบนี้ แม้อาจไม่ใช่ผลงานที่ยิ่งใหญ่ในสายตานักวิจารณ์ศิลปะ แต่งานทุกชิ้นคือสิ่งที่เธอรักและตั้งใจทำให้มีคุณค่า

(คำพูดของผู้หญิงคนนี้ทำให้ดิฉันมีกำลังใจต่อสู้กับการทำอะไรหลายๆอย่างเพื่อคนที่เรารัก  แม้จะเป็นเวลาอันสั้นนักแต่ก็รู้สึกภูมิใจถ้าการทำลงไปแล้วเป็นผลดีต่อคนที่รักและอีหลายๆคน)  ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจแนวใหม่ใช่ว่าจะทำกันได้ทุกคน  แต่ต้องมีใจรักและความมุ่งมั่นที่จะทำ   บวกกับความทรงจำที่ยากจะลืมทำให้งานศิลปะชิ้นนี้ทำรายได้ดีทีเดียว
“อย่าไปกลัวเลยที่จะตาย อยู่ยังไงแล้วให้มีความสุขสำคัญกว่า คนอยู่ดิ้นไปตาย คนตายดิ้นไปเกิด แต่เราอยู่เพื่อที่จะเดินไปในที่เดียวกับเขา คิดว่าทุกคนต้องเดินเข้าไปที่แห่งนั้นอยู่แล้ว จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง”

Who    : เพ้นท์โลงศพ
What   : เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการทำโลงศพในรูปแบบใหม่  คือ  เพ้นท์ลายดอกไม้บนโลง  การวาดภาพลงบนโลงศพ

Where  : บ้านหลังงามในซอยอินทามระ 36 ศุภวรรณสตูดิโอ
Why     : แปรความโศกเศร้าให้กลายเป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นสุดท้าย...เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการจากไปของชายผู้เป็นที่รัก
How     : เพื่อคนที่เรารักจะได้มีความสุขกับสิ่งที่เราตั้งใจทำให้เป็นครั้งสุดท้าย                     
Whome : คนทุกเพศทุกวัยที่ชอบความแปลกใหม่  ความตายเป็นบทสรุปสุดท้ายของชีวิต เป็นประสบการณ์ที่มนุษย์ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้
                และสำหรับทุกคนที่ชอบผลงานศิลปะที่รังสรรค์ขึ้นเพราะความสูญเสีย



ที่มา :   http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=8173

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศุภวรรณสตูดิโอ โทร.0-2691-8630


บันทึกการเข้า
Plinnat Sujarit
Newbie
*
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #187 เมื่อ: เมษายน 28, 2009, 11:30:16 AM »

ลำดับที่ 29
น.ส พลินนาท สุจริต 503081204-7 กลุ่ม 2 คณะมนุษย์-ภาษาอังกฤษธุรกิจ



เม่นแคระ (Hedgehog)
เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอีกอย่างนึงของบ้านเราความสวยงาม น่ารัก และความหลากหลายของสีทำให้มีผู้นิยมเลี้ยงเป็นอย่างมากขนาดของเม่นแคระก็พอเหมาะที่จะนำไปเที่ยวที่ไหนก็ได้สบายๆ เม่นแคระที่พบเห็นในบ้านเรานำเข้ามาจาก ยุโรปและญี่ปุ่น ในปัจจุบันนี้เพาะพันธุ์ในบ้านเราได้แล้ว หลายๆคนเข้าใจผิดว่าเม่นเป็นสัตว์อันตรายพุ่งขนเข้าใส่ได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดถนัดครับ หากเม่นมีความรู้สึกว่าเป็นอันตราย ไม่ปลอดภัย เขาจะขดตัวกลม ขนแหลมจะตั้งขึ้นเมื่อศตรูเข้ามาทำร้ายก็จะโดนขนแหลมๆทิ่มแทง บางครั้งขนแหลมๆอาจติดที่จมูก หรือ ขา ของศตรูบ้างแต่ไม่ใช่พุ่งเข้าใส่ครับ ลักษณะเพศผู้-เมียสามารถดูได้ง่ายๆ แบ่งแยกเพศได้อย่างชัดเจน กรงที่เลี้ยงไม่ควรใช้กรงที่มีพื้นเป็นซี่ๆหรือตะแกรง เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ เช่นขาติดพื้นกรง ทำให้ขาหักได้ การอาบน้ำทำได้เหมือนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ใช้แปรงขนนุ่มๆแปรงขนพร้องกับลงแชมพู เช็ดให้แห้งปล่อยให้วิ่งซักพักนึงเจ้าตัวน้อยของคุณจะหลับปุ๋ยด้วยความสบายตัวครับ
สายพันธุ์หลักของเม่น
European Hedgehog
ขนาดลำตัวยาว 18-30 ซ.ม.หางยาวประมาณ 1.7-5 ซ.ม. หนัก600-800กรัม
มีขนแข็งปรกติและยาวมีขนปกคลุมหนามากกว่า3ซ.ม. ขนอ่อนใต้ท้องสีเทาขนแข็งสีดำ-น้ำตาลอ่อน
ถิ่นที่อยู่อาศัย ในยุโรปทางด้านตะวันตก-ตะวันออก รัสเซียทางเหนือ เอเซีย
African white-bellied Hedgehog
ขนาดลำตัวยาว 15 ซ.ม. หนัก500-700 กรัม มีนิ้วมือ5นิ้ว นิ้วเท้า4นิ้ว ขนปกคลุมลำตัวมีขนาด 2.5 ซ.ม.ขนเป็นสีขาวและเทา
ท้องและขาเป็นสีขาว
ถิ่นที่อยู่อาศัย ในอาฟริกา อากาศแห้ง มีต้นไม้เพียงเล็กน้อย
Desert Hedgehog
ขนาดลำตัวยาว14-28ซ.ม. หนัก300-500 กรัม ขนสามารถย่นได้ มีสีดำและมีส่วนผสมสีเหลืองขาว หูตั้งชี้ขึ้นมีสีเหลือง หน้าผากและหน้ามีสีขาว เท้าและหางสีน้ำตาลดำ
ถิ่นที่อยู่อาศัย ทะเลทรายทางเหนือและใต้ของอาฟริกา ประเทศอาระเบีย อาศัยในโพรงใต้ดิน ซอกหินและหน้าผา
Long-esred Hedgehog
ขนาดลำตัวยาว 15-28 ซ.ม.หนัก 400-500 กรัม ขนและขายาว หูยาวและตั้งขึ้น หูทำหน้าที่ระบายอากาศร้อนภายในตัว ขนแข็งสีครีม หน้ามีสีขาวหรือน้ำตาลอ่อน ขาและหางสีขาว ท้องสีขาว เท้าสีน้ำตาลเทา
ถิ่นที่อยู่อาศัย พบอยู่บริเวณทะเลทรายลิเบียทางเหนือ อียิปต์ เอเซีย อินเดีย และมองโกเลีย ชอบอาศัยอยู่ในโพรงร้าง หรือที่อยู่อาศัยของสัตว์ขนิดอื่นๆ บางครั้งอาจพบได้ตามพุ่มไม้เล็กๆตามสวนสาธรณะ ไม่ชอบอยู่เป็นกลุ่ม ชอบอยู่ลำพัง

Who....เม่นแคระ (Hedgehog)

What...เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอีกอย่างนึง มีขนแข็งปรกติและยาวมีขนปกคลุมหนามากกว่า3ซ.ม. ขนอ่อนใต้ท้องสีเทาขนแข็งสีดำ-น้ำตาลอ่อน

Where..ในยุโรปทางด้านตะวันตก-ตะวันออก รัสเซียทางเหนือ เอเซีย

When...ไม่ได้ระบุวันเวลา

Why....เม่นแคระ (Hedgehog)เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอีกอย่างนึงของบ้านเราความสวยงาม น่ารัก และความหลากหลายของสีทำให้มีผู้นิยมเลี้ยงเป็นอย่างมากขนาดของเม่นแคระก็พอเหมาะที่จะนำไปเที่ยวที่ไหนก็ได้สบายๆ

How....เม่นแคระที่พบเห็นในบ้านเรานำเข้ามาจาก ยุโรปและญี่ปุ่น ในปัจจุบันนี้เพาะพันธุ์ในบ้านเราได้แล้ว หลายๆคนเข้าใจผิดว่าเม่นเป็นสัตว์อันตรายพุ่งขนเข้าใส่ได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดถนัดครับ หากเม่นมีความรู้สึกว่าเป็นอันตราย ไม่ปลอดภัย เขาจะขดตัวกลม ขนแหลมจะตั้งขึ้นเมื่อศตรูเข้ามาทำร้ายก็จะโดนขนแหลมๆทิ่มแทง บางครั้งขนแหลมๆอาจติดที่จมูก หรือ ขา ของศตรูบ้างแต่ไม่ใช่พุ่งเข้าใส่

Whom..ประชาชนทั่วไปที่มีนิสัยรักสัตว์เลี้ยง


Link....http://ferret-hedgehog.pantown.com/





















« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 28, 2009, 11:32:04 AM โดย Plinnat Sujarit » บันทึกการเข้า
Plinnat Sujarit
Newbie
*
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #188 เมื่อ: เมษายน 28, 2009, 12:02:03 PM »

ลำดับที่ 11
น.ส พลินนาท สุจริต 503081204-7 กลุ่ม 1 คณะมนุษย์-ภาษาอังกฤษธุรกิจ


ปลาอะโรวาน่า นับว่าเป็นสุดยอดปลาสวยงามที่
ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดมา โดยตลอดซึ่งอาจจะ
เป็นเพราะปลาชนิดนี้เป็นปลาที่มีรูปร่างสวยงามน่า
เกรงขามมีเกล็ดขนาดใหญ่และมีสีสันแวววามมี
หนวดซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้จะคล้าย"มังกร"
  นอกจากนี้ยังมีเรื่องความเชื่อต่างๆ เข้ามาเกี่ยว
ข้องกับปลาอะโรวาน่าโดยชาวจีนเชื่อว่าผู้ใดเลี้ยง
ปลาชนิดนี้แล้วจะร่ำรวยมีโชคลาภ จึงทำให้ปลา
ชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด
 
จึงส่งผลให้ราคาปลาดังกล่าวมีราคาค่อนข้างสูง สำหรับปลาอะโรวาน่าเกือบทุก
สายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์จากทวีปเอเชีย จากการศึกษาตามประวัติของปลา
ชนิดนี้พอที่จะทราบได้ว่ามีการขุดค้นพบซากฟอลซิลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
จึงทราบว่าปลาอะโรวาน่าจัดเป็นปลาโบราณอยู่ในตระกูล "Osteoglossidae"
ซึ่งเป็นตระกูลของปลา ที่มีลิ้นเป็นกระดูกแข็ง Bony Tougue ปลาชนิดนี้พบ
กระจายอยู่ใน 4 ทวีปทั่วโลก คือ ทวีปเอเชีย ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปอัฟริกา และทวีป
ออสเตรเลีย โดยปลาที่มาจากแต่ละทวีปจะมีรูปร่างลักษณะเด่นพิเศษที่แตกต่างกัน
ตามไปด้วย โดยเฉพาะปลาที่มาจากทวีปเอเชีย เป็นปลาที่มีราคาแพงมากที่สุด


Who....ปลาอะโรวาน่า

What...ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่มีรูปร่างสวยงามน่าเกรงขามมีเกล็ดขนาดใหญ่และมีสีสันแวววาม มีหนวดซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้จะคล้าย"มังกร"

Where..กระจายอยู่ใน 4 ทวีปทั่วโลก คือ ทวีปเอเชีย ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปอัฟริกา และทวีปออสเตรเลีย

When...ไม่ได้ระบุวันเวลานำเข้า

Why.....ปลาอะโรวาน่า ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดมา อาจเป็นเพราะปลาชนิดนี้เป็นปลาที่มีรูปร่างสวยงามน่าเกรงขาม มีเกล็ดขนาดใหญ่และมีสีสีนแวววาม มีหนวดคล้าย"มังกร"

How.....ปลาอะโรวาน่า นับว่าเป็นสุดยอดปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดมา โดยตลอดซึ่งอาจจะเป็นเพราะปลาชนิดนี้เป็นปลาที่มีรูปร่างสวยงามน่าเกรงขาม มีเกล็ดขนาดใหญ่และมีสีสีนแวววาม มีหนวดซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้จะคล้าย"มังกร" นอกจากนี้ยังมีเรื่องความเชื่อต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกับปลาอะโรวาน่าโดยชาวจีนเชื่อว่าผู้ใดเลี้ยงปลาชนิดนี้แล้วจะร่ำรวยมีโชคลาภ จึงทำให้ปลาชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด

Whom...ประชาชนทั่วไปที่มีนิสัยรักสัตว์ หรือเลี้ยงปลาพันธุ์


Link....http://www.samud.com/aquarium/Arowana/arowana_1-1.asp
บันทึกการเข้า
Pla-Thong
Newbie
*
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด
« ตอบ #189 เมื่อ: เมษายน 28, 2009, 01:15:37 PM »

นาย ชฎิล มาตรา
503210901-8
กลุ่ม 1
คณะ วิทยาการจัดการ
สาขา การจัดการการโรงแรมและการท่องเที่ยว ( สมทบ )


ธุรกิจแจ่ม
ธุรกิจถูกกฎหมาย รายได้ดี
 
AGEL เปิดโอกาสที่ดีที่สุดให้คนไทยได้เป็นผู้นำระดับโลก
   
คุณอยากร่วมงานกับบริษัทที่ดีที่สุด TOP 10 ของโลก ใช่หรือไม่?
- Agel เป็นธุรกิจเครือข่าย ที่ดีที่สุด 1 ใน 10 ของโลก จากการจัดอันดับโดย MLM insider ประจำปี 2006-2007 โดย Agel ถูกจัดอันดับอยู่ใน อันดับ 2 และทุกบริษัท ที่ติด 1 ใน 10 นอกเหนือจาก AGEL ต่างก็เป็นบริษัทที่ดำเนินงาน มามากกว่า 10 ปีทั้งนั้นและ ในปี 2007-2008 Agel ก็ติด 1 ใน 10 เช่นเดียวกัน

คุณอยากร่วมงานกับธุรกิจเครือข่ายที่ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว และกำลังเติมโตอย่างรวดเร็วและมั่นคง ใช่หรือไม่?
- Agel เป็นธุรกิจที่ดำเนินการมาเพียง 2 ปีเท่านั้น และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนแรกที่เปิดตัว AGEL มียอดขาย มากกว่า 200 ล้านบาท ทำลายสถิติของวงการ MLM ทั่วทั้งโลก นอกจากนี้ AGEL มีตามมั่นคง และไม่มีหนี้สิน โดยสามารถใช้หนี้หมดภายใน 20 เดือน นอกจากนี้ ยังได้รับการหนุนหลังจาก ASH Capital ผู้ผลิต word perfect ซึ่งมีทรัพย์สินกว่า 70,000 ล้านเหรียญ

คุณอยากร่วมงานกับ บริษัทที่ Robert Kiyosaki เจ้าของหนังสือธุรกิจ ที่ขายดีระดับโลกชุด Rich Dad Pool Dad ระบุว่าเป็นบริษัท ที่ควรร่วมงานด้วย ใช่หรือไม่?
- ถ้าคุณเคยอ่านหนังสือชุด พ่อรวย สอนลูก โดย Robert Kiyosakiคงทราบว่า เขาแนะนำให้ผู้ที่อยากมีธุรกิจ เป็นของตัวเอง ให้เข้าร่วมกับธุรกิจเครือข่าย แต่ที่พิเศษไปกว่านั้น AGEL เป็นธุรกิจเครือข่ายที่ Robert Kiyosaki ระบุว่าเป็นธุรกิจที่ควรเข้าร่วมด้วย 

ถ้าคำตอบของคุณคือ "ใช่"
โอกาสครั้งนี้อยู่คุณที่ตัดสินใจ

ที่มา : www.core2agel.com

บันทึกการเข้า
noppadon
Newbie
*
กระทู้: 1


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #190 เมื่อ: เมษายน 28, 2009, 02:06:08 PM »

ลำดับที่ 19
รหัส 493180059-7
sec.1
คณะสัตวแพทยศาสตร์
ชื่อ นาย นพดล เลิศล้ำสกุลทรัพย์
วิชา ธุรกิจปลาสวยงาม

     ธุรกิจสุนัขให้เช่า

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นคลีนิก ภัตตาคาร โรงเรียน หรือ โรงแรมสัตว์เลี้ยง ผุดขึ้นเป็นว่าเล่นและถือว่าค่อนข้างจะไปได้สวยจากเม็ดเงินของหมู่ผู้มีอันจะกินที่ทั้งรักสัตว์จริงๆและที่เห็นพวกมันเป็นแค่ "เครื่องประดับมีชีวิต" ของตนเองเท่านั้น  ที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะบทความชิ้นหนึ่งของสำนักข่าวเอพีเผยถึงธุรกิจไลน์ใหม่ "สุนัขให้เช่า" ของบริษัท "เฟล็กซ์เพ็ทซ์" ในสหรัฐอเมริกา โดยมีนางมาร์เลนา เซอร์แวนเตส นักบำบัดพฤติกรรม วัย 32 เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นเจ้าของแนวคิดธุรกิจให้เช่าสัตว์เลี้ยงที่เธอเปิดทำการมาได้ถึง 5 เดือนแล้ว โดยมีสาขาอยู่ในลอสแองเจลิสและซานดิเอโก ธุรกิจยังมีทีท่าว่าจะไปได้สวย เพราะเธอมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ที่ซานฟรานซิสโกในเดือนหน้า นิวยอร์กในเดือนกันยายน และ กรุงลอนดอนของอังกฤษภายในสิ้นปีนี้ แถมยังหมายมั่นปั้นมือว่าจะแตกธุรกิจเป็นแฟรนไชส์ไปเสียเลยในวันข้างหน้า
   เซอร์แวนเตสให้คำจำกัดความของธุรกิจตัวเองว่าเป็น "การแบ่งปันความเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง" ไม่ใช่ "บริการสัตว์เลี้ยงให้เช่า" อย่างที่ใครๆเขาเรียกขานกัน เพราะลูกค้าที่มาใช้บริการนั้นต่างเป็นสมาชิกที่ตระหนักดีว่าการเลี้ยงสุนัขด้วยตนเองนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีเวลามากพอและเห็นว่าเป็นการไม่ยุติธรรมกับสัตว์เลี้ยงเมื่อไม่มีเวลาหรือไม่สามารถดูแลพวกมันได้ดี
 
เฟล็กซ์เพ็ทซ์ให้บริการสุนัขให้เช่าแก่สมาชิกที่มีทั้งรายปีสนนราคา 99.95 ดอลลาร์ รายเดือน 49.95 ดอลลาร์ และรายวัน 39.95 ดอลลาร์ (ลดพิเศษเหลือ 24.95 ดอลลาร์ ตั้งแต่วันอาทิตย์-พฤหัส) มีสุนัขให้บริการทั้งพันธุ์อัฟกันฮาวน์, ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ และ บอสตันเทอร์เรียร์ เฟล็กซ์เพ็ทซ์บอกว่าค่าสมาชิกที่เก็บนั้นจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกสุนัข ค่าที่อยู่ ค่าบริการส่งถึงบ้านหรือที่ทำงาน ค่าติดตั้งอุปกรณ์บอกตำแหน่ง ค่าหมอและค่าประกันภัย รวมถึงค่าอุปกรณ์ต่างๆอาทิ ปลอกคอ เชือกจูง ชามข้าว และอาหาร สำหรับสุนัขหนึ่งตัวนั้นจะมีสมาชิกที่ผลัดเปลี่ยนกันมาใช้บริการร่วมกันเลี้ยงร่วมกันเป็นเจ้าของไม่เกิน 2 - 3 คน

ธุรกิจให้เช่าสัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นแนวคิดใหม่ เพียงแต่ไม่มีใครทำเป็นธุรกิจเป็นล่ำเป็นสันอย่างเฟล็กซ์เพ็ทซ์เท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้มีหน่วยงานบางแห่งในสหรัฐที่ได้ดำเนินโครงการในลักษณะนี้มาแล้ว เพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองสัตว์เร่ร่อน อย่างเช่น ศูนย์พักพิงสัตว์เลี้ยงอัสเพนในเมืองโคโลราโดที่ดำเนินโครงการรับเลี้ยงสุนัขชั่วคราวมาเป็นเวลานานถึง 15 ปีแล้ว โดยให้บริการฟรีแก่ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่ต้องการพาสุนัขไปเดินเล่นหรือรับเลี้ยงดูมันเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ ก็เพื่อประโยชน์ของพวกสุนัขจรจัดเหล่านี้เอง ซึ่งบางครั้งก็นำไปสู่การรับเลี้ยงพวกมันเป็นการถาวรในท้ายที่สุด
ไม่ว่าจะเรียกธุรกิจนี้ว่า บริการสุนัขให้เช่า หรือ การแบ่งปันความเป็นเจ้าของ ก็ตาม นี่เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งของกลุ่มคนรักสัตว์แต่ไม่มีเวลาหรือกลุ่มคนอีกประเภทที่เห็นสัตว์เลี้ยงเป็นแค่เครื่องประดับเครื่องแก้เหงา  ส่วนจะเป็นทางเลือกที่ใช่หรือไม่(โดยเฉพาะสำหรับผู้ถูกเลี้ยง)ก็ลองใคร่ครวญดูแล้วกัน

ข้อมูลจาก : http://variety.thaiza.com/%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%82%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%B2_1212_46414_1212_.html


เรียบเรียงใหม่

WHO: นางมาร์เลนา เซอร์แวนเตส นักบำบัดพฤติกรรม วัย 32 เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท "เฟล็กซ์เพ็ทซ์"
WHAT: เป็นบริษัทที่ให้บริการเช่าสุนัข
WHERE : สหรัฐอเมริกา โดยมีสาขาอยู่ในลอสแองเจลิสและซานดิเอโก ธุรกิจยังมีทีท่าว่าจะไปได้สวย เพราะเธอมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ที่ซานฟรานซิสโกในเดือนหน้า นิวยอร์กในเดือนกันยายน และ กรุงลอนดอนของอังกฤษภายในสิ้นปีนี้
WHEN : เปิดบริการมาได้ 5เดือนแล้ว
WHY  : จุดประสงค์การให้บริการเพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองสัตว์เร่ร่อน เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีเวลามากพอและเห็นว่าเป็นการไม่ยุติธรรมกับสัตว์เลี้ยงเมื่อไม่มีเวลาหรือไม่สามารถดูแลพวกมันได้ดี และช่วยให้ผู้คนมีความสุขกับการเลี้ยงสัตว์
HOW : เฟล็กซ์เพ็ทซ์ให้บริการสุนัขให้เช่าแก่สมาชิกที่มีทั้งรายปีสนนราคา 99.95 ดอลลาร์ รายเดือน 49.95 ดอลลาร์ และรายวัน 39.95 ดอลลาร์ (ลดพิเศษเหลือ 24.95 ดอลลาร์ ตั้งแต่วันอาทิตย์-พฤหัส) มีสุนัขให้บริการทั้งพันธุ์อัฟกันฮาวน์, ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ และ บอสตันเทอร์เรียร์ และค่าสมาชิกที่เก็บนั้นจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกสุนัข ค่าที่อยู่ ค่าบริการส่งถึงบ้านหรือที่ทำงาน ค่าติดตั้งอุปกรณ์บอกตำแหน่ง ค่าหมอและค่าประกันภัย รวมถึงค่าอุปกรณ์ต่างๆอาทิ ปลอกคอ เชือกจูง ชามข้าว และอาหาร สำหรับสุนัขหนึ่งตัวนั้นจะมีสมาชิกที่ผลัดเปลี่ยนกันมาใช้บริการร่วมกันเลี้ยงร่วมกันเป็นเจ้าของไม่เกิน 2 - 3 คน
WHOME :คนทั่วไปและลูกค้าส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างให้สุนัขแต่ชอบสุนัขเป็นการแบ่งปันความเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง

บันทึกการเข้า
patziiz
Newbie
*
กระทู้: 2


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #191 เมื่อ: เมษายน 28, 2009, 02:46:19 PM »

ลำดับที่ 24   รหัส 493210512-8   sec. 2
คณะวิทยาการจัดการ (สาขาการโรงแรมฯ สมทบ)
ชื่อ นางสาววันวิสาข์ ศรีแก้ว
วิชา ธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการสัตว์เลี้ยง

ธุรกิจร้านดอกไม้

หลายๆคนมีความฝัน ฝันที่อยากจะทำแต่หากไม่เริ่มสานความฝันและลงมือทำความฝันก็ยังเป็นความฝัน
ไม่เป็นตัวเป็นตนและเมื่อลงมือทำด้วยหัวใจและความพยายามเท่านั้นความฝันจึงจะเป็นจริงและอาจสวยงามกว่าที่วาดไว้ เมื่อเรารักในสิ่งที่จะทำ
แล้วลงมือทำในสิ่งที่เรารักใช่นั้นคือความความฝัน มันเป็นความฝัน
ที่สวยงามความงามย่อมคู่กับความ งามด้วยกัน ดอกไม้กับความงามคือสิ่งที่ฉันปราถนา ดอกไม้ทำให้เรารู้สึกดีดอกไม้แต่ละดอกมีความหมาย
มีคุณค่าทางจิตใจอย่างน้อยดอกไม้แต่ละดอกก็อาจเปรียบได้กับสิ่งดีๆที่มอบให้กับคนที่คุณรัก ดอกไม้ไม่ว่าจะเทศกาลใดก็สามารถที่จะเป็นตัวแทนความรู้สึกได้

ร้านดอกไม้ก็นับเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้เพราะว่าในโอกาสพิเศษซึ่งก็คงมีไม่บ่อยนักสำหรับใครบางคนที่เลือกใช้ดอกไม้เป็นสื่อแทนความรู้สึกต่างๆแทนความรัก ความห่วงใย หรือแทนคำพูด คำขอโทษ จึงไม่แปลกที่ธุรกิจร้านดอกไม้จะเป็นสิ่งที่ฉันต้องการอยากจะทำ อย่างน้อยความรู้ด้านดอกไม้ ความสนใจในเรื่องดอกไม้และที่สำคัญ ความชื่นชอบดอกไม้เป็นการส่วนตัว ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจอยากจะเปิดร้านดอกไม้ เพราะอย่างน้อยร้านดอกไม้ก็สามารถขายได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ร้านหรือทางอินเตอร์เนต เราก็สามารถขายได้ เพราะปัจจุบันนี้การบริการทางอินเตอร์เน็ตก็กำลังเป็นที่แพร่หลาย เราสามารถขายหรือให้บริการกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว อีกอย่างลูกค้าก็ไม่ต้องเดินทางมาที่ร้านของเรา เพราะลูกค้าสามารถส่งดอกไม้ได้ทางอินเตอร์เนต ทางร้านของเราได้ให้บริการ 3 ช่องทาง คือ

   1. ลูกค้าสามารถมาซื้อหรือสั่งจัดดอกไม้ที่ร้านของเราด้วยตัวเอง
   2. ลูกค้าสามารถเข้ามาสั่งซื้อดอกไม้หรือสั่งจัดดอกไม้ทางการให้บริการอินเตอร์เนต
   3. ลูกค้าสามารถโทรศัพท์เข้ามาสั่งจัดหรือสั่งซื้อดอกไม้ได้เหมือนกันทำให้เกิดความสะดวกสบายแก่ลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการของร้านเรา



Who     ธุรกิจร้านดอกไม้

What    บริการรับจักดอกไม้เนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ รวมไปถึงส่งดอกไม้ทั่วไทย ส่งพวงหรีด สอนจัดดอกไม้ ช่อดอกไม้ ดอกไม้งานแต่งงาน,
           กะเช้าดอกไม้, จัดช่อดอกไม้,

Where  มีอยู่ทั่วไปทุกภาคของไทย

When   ไม่ระบุว่าเกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัยใด

Why     ดอกไม้เป็นทำให้รู้สึกชดชื่น และยังสามารถใช้เป็นสื่อ แทนความรู้สึกต่างๆแทน เช่น ความรัก ความห่วงใย หรือแทนคำพูด คำขอโทษ

How     ดอกไม้ทำให้เรารู้สึกดีดอกไม้แต่ละดอกมีความหมาย และมีคุณค่าทางจิตใจ ดอกไม้แต่ละดอกก็อาจเปรียบได้กับสิ่งดีๆที่มอบให้กับคนที่เรารัก
          ไม่ว่าจะเทศกาลใดก็สามารถที่จะเป็นตัวแทนความรู้สึกได้ของเราได้

Whom   ประชาชนทั่วไป ทุกเพศ ทุกวัย



ที่มา: http://www.flowerclick.net/
       http://www.loveyoueveryday.com/
บันทึกการเข้า
Oniz
Newbie
*
กระทู้: 3


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #192 เมื่อ: เมษายน 29, 2009, 02:02:18 PM »

ลำดับที่ 27
ชื่อ วรวุฒิ ศิลปชัยเดช
รหัส 503210761-8
กลุ่มที่ 1
คณะ วิทยาการจัดการ สาขา การเงิน (สมทบ)
วิชา ธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการสัตว์เลี้ยง

'Herps' ร้านสัตว์เลี้ยงแนวใหม่ เติมสุขเพื่อคนชอบของแปลก

       สัตว์เลี้ยงเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากครอบครัวคนไทยปัจจุบันจะเป็นลักษณะครอบครัวเดี่ยวเสียส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่เหมือนในอดีต ทำให้ต้องหาสัตว์เลี้ยงมาเป็นเพื่อนคลายเหงา สำหรับในกลุ่มของสัตว์เลี้ยงแปลกๆก็เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
       
       สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสัตว์เลี้ยงแปลก ก็ต้องเดินทางไปหาซื้อกันที่ตลาดนัดซันเดย์ สวนจตุจักร กรุงเทพฯ และ ร้าน Herps Collections ของนายกลด ธรรมรักษ์ เป็นหนึ่งในร้านขายสัตว์แปลก ที่เด่นๆ อย่างเช่น งู ตุ๊กแก เต่า หนู กบ เป็นต้น โดยสัตว์ที่ได้จะมีทั้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และที่สามารถเพาะพันธุ์ได้ในประเทศ

     นายกลด เล่าว่า สัตว์ที่จำหน่ายภายในร้าน ประกอบไปด้วย งู สายพันธุ์ที่ไม่มีพิษ ตุ๊กแก เต่า หนูส่วนงูที่นิยมเลี้ยงกันมากในประเทศไทย จะมีอยู่ด้วยกัน 4 สายพันธุ์ คือ Balphyton , King Snake, Corn Snake และ Milk Snake ซึ่งเป็นงูสายพันธุ์ที่สามารถเพาะพันธุ์ได้เอง ไม่ได้มีการจับจากธรรมชาติมาจำหน่ายแต่อย่างใด โดยงูที่จำหน่ายที่ร้านจะมาฟาร์มที่เพาะพันธุ์เลี้ยงเพื่อจำหน่ายเป็นสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
       
       ทั้งนี้ ที่เราต้องใช้งูจากฟาร์มเพาะ ส่วนหนึ่งเป็นการอนุรักษ์เพื่อสิ่งแวดล้อม และประกอบกับงูที่มาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงจะได้งูที่มีสีสันและลวดลายสวยงามกว่างูตามธรรมชาติ เพราะมีการผสมพันธุ์จนได้งูที่มีลวดลายและสีสันตามที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าด้วย ลูกค้าบางกลุ่มชื่นชอบงูที่มาจากธรรมชาติมากกว่า เพราะสีสันลวดลายดูเป็นธรรมชาติ
 
     สำหรับราคาของงู จะขึ้นอยู่งูประเภทนั้นมีความแปลกและหายากมากน้อยแค่ไหน ยิ่งหายากและมีความสวยงามมากราคาก็จะสูงมาก ราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ไปจนถึงประมาณ 100,000 บาท แต่ราคาเฉลี่ยที่ลูกค้าซื้อไปเลี้ยงประมาณ 2,500 บาท 3,500 บาท ขนาดของงูที่นิยมเลี้ยงกันเริ่มที่ขนาดประมาณ 1 ฟุต ไปจนถึง ประมาณ 4 เมตร ซึ่งถ้าใหญ่มากลูกค้าก็จะนำมาแลกเปลี่ยน หรือเทิร์นเอางูขนาดเล็กไปเลี้ยงแทน ส่วนทางร้านนำงูขนาดใหญ่เหล่านั้นไปส่งขายให้กับฟาร์มเพาะเพื่อนำไปเป็นพ่อ แม่พันธุ์ต่อไป
       
       ส่วนการเลี้ยงงูเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยง จะเลี้ยงไว้ในกล่องภาชนะพลาสติกที่พอเหมาะกับขนาดของงู และให้อาหารซึ่งเป็นหนูขนาดเล็ก โดยจะให้อาหารสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนหนึ่งที่หลายคนหันมานิยมเลี้ยงงู เพราะไม่ยุ่งยากอะไร เหมาะแก่คนที่มีเวลาไม่มาก เนื่องจากไม่ต้องการอาหารทุกวัน ไม่ต้องอาบน้ำ หรือ พาไปตัดขนเหมือนกับสุนัข หรือแมว ต้องการจะเล่นเมื่อไหร่ก็จับขึ้นมาเล่น เบื่อนำไปเก็บใส่กล่องเหมือนเดิม

     นอกจาก งูแล้วทางร้านก็ยังมี เต่าสายพันธุ์แปลกและหายาก อย่างเต่าดาวอินเดีย กบ สายพันธุ์แปลก รวมถึง ตุ๊กแก สายพันธุ์ที่ไม่เป็นอันตราย ไม่ดุ สามารถจับเล่นได้ มีสีสัน สวยงาม ไม่สกปรก โดยตุ๊กแกสายพันธุ์ดังกล่าวจะนำเข้ามาจากประเทศในแถบอัฟริกา ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงได้ภายในประเทศด้วย ในส่วนของตุ๊กแกดังกล่าว มีการนำเข้ามาอย่างถูกกฏหมาย ส่วนราคาตุ๊กแกค่อนข้างสูง โดยอยู่ที่คู่ละประมาณ 30,000 บาท ซึ่งการเลี้ยงตุ๊กแก เหมือนงู คือ เลี้ยงในกล่องภาชนะพลาสติก และให้อาหารเป็นสัตว์ในกลุ่มหนอนทั่วไป

    “กลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มคนที่ชื่นชอบสัตว์เลี้ยงแปลก ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน มีกลุ่มคนใหม่ที่ไม่เคยเลี้ยงมาก่อน หันมาเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น เพราะด้วยพื้นที่ที่มีจำกัดไม่สามารถเลี้ยงสัตว์อื่นได้ หรือ เกิดจากความชอบสิ่งแปลกใหม่ และกลุ่มที่เลี้ยงตามเพื่อน เห็นเพื่อนเลี้ยงก็เลี้ยงตามบ้าง แต่สิ่งสำคัญ คือ สัตว์ที่เลี้ยงต้องไม่เป็นอันตราย ซึ่งสัตว์ที่เรานำมาจำหน่ายส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ที่ไม่ทำร้ายอะไรก่อนอยู่แล้ว ถ้าไม่มีใครมาทำร้ายมันก่อน”

      นายกลด เล่าถึง การทำตลาดสัตว์แปลกนั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากการบอกกันแบบปากต่อปาก และเป็นกลุ่มที่มีการแนะนำกันผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยลูกค้าที่เลี้ยงเกิดจากความชื่นชอบก่อน และเริ่มเรียนรู้ ก่อนจะตัดสินใจนำมาเลี้ยง ซึ่งส่วนใหญ่สัตว์เหล่านี้ จะมีจุดเด่นตรงที่ดูแลไม่ยาก กลุ่มลูกค้าผู้ชายประมาณ 60% และผู้หญิงประมาณ 40%

      ปัจจุบันกลุ่มผู้จำหน่ายสัตว์แปลกในตลาดนัดซันเดย์ ที่สวนจตุจักร เริ่มมีเพิ่มมากขึ้น ตามจำนวนความต้องการที่เพิ่มขึ้น ส่วนราคาใกล้เคียงกัน เพราะการตั้งราคาจะต้องดูตลาดด้วยว่า ขายกันเท่าไหร่ ซึ่งความนิยมในกลุ่มสัตว์แปลกนี้ มีมานานประมาณ 10 ปี จุดเริ่มต้นมาจากสัตว์แปลกในต่างประเทศก่อน โดยมีการนำเข้ามาจำหน่าย และต่อมาคนไทยก็สามารถเพาะพันธุ์ได้เอง เกิดเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน


ที่มา http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9520000009610

Who 'Herps'

What ร้านสัตว์เลี้ยงแนวใหม่ เพื่อคนชอบของแปลก

Where ตลาดนัดซันเดย์ ที่สวนจตุจักร

When ความนิยมในกลุ่มสัตว์แปลกนี้ มีมานานประมาณ 10 ปี

Why ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชอบสัตว์เลี้ยงแปลกๆ ที่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงทั่วไป

How สัตว์แปลกๆเป็นความชอบส่วนตัวของคนกลุ่มนึงและอาจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ เลี้ยงไว้เพื่อคลายความเหงา

Whom กลุ่มคนที่ชอบสัตว์เลี้ยงแปลกๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2009, 02:16:43 PM โดย Oniz » บันทึกการเข้า
Kedkanonk
Newbie
*
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #193 เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 01:16:21 AM »

ลำดับที่ 24
รหัส 493210876-0
sec 1
คณะวิทยาการจัดการ การเงิน (สมทบ)
ชื่อ นางสาวเกศกนก ศรีประเสริฐ
วิชา ธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการสัตว์เลี้ยง

Dogstaxi บริการขนย้ายสุนัข

บิ๊ก มูฟ (Big Move) คือ บริษัทรับจ้างบริการขนย้ายมืออาชีพ ราคาประหยัด บริหารงานโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด บิ๊ก มูฟ โดยเป็นกิจการของคนไทย 100%  และบริหารงานแบบต่างชาติ

" บิ๊ก มูฟ " เป็นชื่อที่สั้น ๆ ง่ายต่อการจดจำและเป็นชื่อที่สื่อถึงความเป็นมืออาชีพและเป็นสัญลักษณ์แห่งการบริการที่มีคุณภาพสูงในการขนย้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นบริการขนย้ายที่ริเริ่มขึ้น เพื่อบริการขนย้ายให้แก่คนไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังรวมถึงค่าบริการที่เสมอภาคเท่าเทียม ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ

แบรนด์หลัก  บิ๊ก มูฟ (Big Move)
เป็นเครื่องหมายการค้าที่สื่อถึงบริการขององค์กรเราในรูปแบบต่างๆ ซึ่งบริการในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก เช่น รับขนย้ายที่พักอาศัย , ขนย้ายเปียโน , ขนย้ายสำนักงาน , ขนย้ายตู้เซฟ , ขนย้ายโกดัง , ขนย้ายคลังสินค้า , ขนย้ายเครื่องจักร , ขนย้ายเข้า-ออกในงานนิทรรศการต่างๆ , แพ็คกิ้งสินค้า , ตีลังไม้เพื่อส่งออก ฯลฯ

แบรนด์รอง  ด๊อก มูฟวิ่ง (Dogs Moving)
เป็นเครื่องหมายการค้าอีกแบรนด์หนึ่ง ซึ่งริเริ่มขึ้นในปี 2549 เพื่อตอบสนองต่อสัตว์เลี้ยงอันแสนรักของมนุษย์ในรูปแบบบริการอันแสนสบายต่างๆ เช่น แท็กซี่สำหรับรับ-ส่งสุนัข , ขนย้ายสัตว์เลี้ยงไปทั่วประเทศไทย , ขนย้ายสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศทั่วโลก , รับดำเนินการพิธีการทางศุลกากรเข้า-ออกสำหรับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ

ผมเองนั้นมีความคิดที่จะทำธุรกิจ Dog Moving มานานแล้ว เนื่องจากผมเป็นคนที่รักและชื่นชอบสุนัข ประกอบกับตัวผมเองก็มีธุรกิจที่เกี่ยวกับการขนย้ายต่างๆ อยู่แล้ว และเคยเห็นบริการขนย้ายแบบนี้นั้นเป็นที่นิยมและแพร่หลายในยุโรปและอเมริกาเป็นอย่างมาก จึงอยากให้เมืองไทยของเรามีบริการแบบนี้ทัดหน้าเทียมตาเหมือนกับต่างชาติเขาบ้าง เพื่อให้บริการขนย้ายแก่กลุ่มคนที่มีความรักในสุนัขและไม่อยากยุ่งยากลำบากในการขนย้ายสุนัข แรงบันดาลใจอีกส่วนหนึ่งก็ คือ ผมเองเมื่อก่อนก็เคยขนย้ายสุนัขเซ็นต์เบอนาตของที่บ้านไปอีกที่หนึ่ง ซึ่งการขนย้ายเป็นไปด้วยความลำบากและยุ่งยากมาก เพราะ เจ้าอาร์โนล์ด นั้น ตัวใหญ่มาก น้ำหนักมาก พละกำลังก็เอาการเลยทีเดียว ต้องช่วยกัน 2-3 คน ถึงจะเอาอยู่ มันรักบ้านมากครับ ไม่ยอมท่าเดียว เหนื่อยมากๆครับกว่าจะนำขึ้นรถได้ ส่วนกรงเหล็กเจ้าอาร์โนลก็ใหญ่มากครับต้องใช้รถปิกอัพตอนเดียวเปิดหลังคาและคน 4-5 คนช่วยกันยกขึ้นรถ หนักมากครับ ปวดหลังไปหลายวันเลยทีเดียว และนี้คืออีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมตั้งใจจะเปิดบริการขนย้ายสุนัขขึ้นมา เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระยุ่งยากต่างๆของทุกท่านครับ

บริการรับขนย้ายสุนัขด้วยทีมงานมืออาชีพทั่วประเทศ ทั้งทางบกและทางอากาศ ตามความต้องการของท่าน
การ บริการขนย้ายสุนัข นั้น เราจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปแพ็คกรงสุนัข , สิ่งของต่างๆ ของสุนัขท่านในวันขนย้าย ด้วยวัสดุป้องกันอย่างดี เช่น กล่องกระดาษหลายขนาด , กระดาษปรู๊ฟ , พลาสติกฟองอากาศ , กระดาษลูกฟูก พลาสติกฟิล์มยืด ฯลฯ ส่วนสุนัขของท่านเราจะมีกรงสะอาดให้ยืมใช้เพื่อสะดวกในการขนย้าย โดยรถขนย้ายสุนัขของเรามีแบบติดแอร์และเป็นแบบตะแกรงคอกสูงไม่มีแอร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของท่าน พนักงานของเราทุกคนใส่ยูนิฟอร์มและเป็นคนที่รักสุนัข ซึ่งทุกคนผ่านการอบรมจากผู้ชำนาญการมาเป็นอย่างดี ท่านสบายใจได้เลยว่า สุนัขและสิ่งของต่างๆของสุนัขท่านจะปลอดภัยและสะดวกสบายอย่างที่สุด


ที่มา http://www.dogstaxi.com
    http://www.bigmovethai.com

dogstaxi บริการขนย้ายสุนัข

Who : บิ๊ก มูฟ (Big Move) คือ บริษัทรับจ้างบริการขนย้ายมืออาชีพ ราคาประหยัด บริหารงานโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด บิ๊ก มูฟ

What : บริษัทรับจ้างบริการขนย้ายมืออาชีพ ราคาประหยัด แท็กซี่สำหรับรับ-ส่งสุนัข , ขนย้ายสัตว์เลี้ยงไปทั่วประเทศไทย , ขนย้ายสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศทั่วโลก , รับดำเนินการพิธีการทางศุลกากรเข้า-ออกสำหรับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ

Where : อยพัฒนาการ 20  ถนนพัฒนาการ สวนหลวง

When : ริเริ่มขึ้นในปี 2549 เพื่อตอบสนองต่อสัตว์เลี้ยงอันแสนรักของมนุษย์ในรูปแบบบริการอันแสนสบายต่างๆ

Why : ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ไม่สะดวกในการขนย้ายสัตว์เลี้ยงของตน บริการขององค์กรเราในรูปแบบต่างๆ ซึ่งบริการในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก เช่น แท็กซี่สำหรับรับ-ส่งสุนัข , ขนย้ายสัตว์เลี้ยงไปทั่วประเทศไทย , ขนย้ายสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศทั่วโลก , รับดำเนินการพิธีการทางศุลกากรเข้า-ออกสำหรับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ

How : การบริการที่มีคุณภาพสูงในการขนย้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นบริการขนย้ายที่ริเริ่มขึ้น เพื่อบริการขนย้ายให้แก่คนไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังรวมถึงค่าบริการที่เสมอภาคเท่าเทียม ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ ไม่มีบริษัทที่ขนย้ายสัตว์เลี้ยงได้ทั่วโลกเหมือนบริษัทเรา ราคาประหยัด ปลอดภัย สะดวกแก่ลูกค้าที่ต้องการขนย้ายสัตว์เลี้ยงไปที่ต่างๆ โดยเฉพาะลูกค้าที่ไม่มีเวลาในการขนย้ายเอง

Whom : ลูกค้าที่ไม่สะดวกในการขนย้ายเอง ไม่มีเวลา ไม่มีรถ ไม่สะดวกในการขนย้าย ราคาประหยัด ปลอดภัย ถึงที่ตรงเวลา
 
บันทึกการเข้า
Kedkanonk
Newbie
*
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #194 เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 02:01:24 AM »

ลำดับที่ 41
รหัส 493210876-0
sec.2
คณะวิทยาการจัดการ
ชื่อ นางสาวเกศกนก ศรีประเสริฐ
วิชา ธุรกิจปลาสวยงาม

ประกันชีวิตสุนัข

บริษัทฯ ขอแนะนำการประกันภัยสุนัข โดยทางบริษัทฯ เป็นผู้ริเริ่ม การประกันภัยสุนัขเป็นแห่งแรกในประเทศไทย บริษัทฯมีความมั่นใจว่าจะสามารถให้บริการที่ดีเยี่ยมแก่ท่านเจ้าของสุนัขทุกท่าน ผ่านเครือข่ายสาขาเกือบร้อยแห่งทั่วประเทศ ในระยะแรก บริษัทฯ ให้ความคุ้มครอง เฉพาะกรณีที่สุนัขเสียชีวิตเท่านั้น ในระยะต่อไปจะขยายความคุ้มครอง ไปถึงการประกันอุบัติเหตุและสุขภาพด้วย

จากกระแสความนิยมของคนไทยในยุคนี้ ที่หันมาให้ความสำคัญกับน้องตูบ 4 ขา ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงสำหรับเฝ้าบ้านเหมือนในอดีต หากเขยิบฐานะเป็นดั่งสมาชิกในครอบครัว บางรายถึงกับประเคนความรักความเอาใจใส่ ประคบประหงมน้องหมายิ่งกว่าลูกในไส้
เปิดช่องให้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ใช้โอกาสนี้ผลิตข้าวของเครื่องใช้สารพัดอย่างมาให้เจ้าของสุนัขซื้อหาเอาใจน้องหมา ไม่เว้นแม้แต่บริษัทประกัน ที่จับจุดดังกล่าว ออกผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตสุนัข หวังดูดเงินคนรักหมาสุดๆ
การประกันชีวิตสุนัขจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถให้ความคุ้มครองในกรณีเสียชีวิต ไม่ว่าจะมาจากอุบัติเหตุหรือป่วย สำหรับในไทย ขณะนี้มีเพียงบริษัทเดียวที่รับประกันชีวิตสุนัข แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ เพราะในช่วงแรกจะรับทำประกันเฉพาะสุนัขในฟาร์มเท่านั้น แต่ขณะนี้ในกลุ่มทั่วไปก็สามารถทำได้ โดยจะรับทำเฉพาะสุนัขเท่านั้น สัตว์อื่นไม่รับ
นายสัตวแพทย์สมบัติกล่าวอีกว่า การประกันจะให้ความคุ้มครองเฉพาะกรณีสุนัขเสียชีวิต แต่ในอนาคตจะขยายความคุ้มครองไปถึงการประกันสุขภาพ เจ็บป่วยรักษาให้เหมือนประกันสุขภาพ และประกันบุคคลที่ 3 ในกรณีที่สุนัขอาจจะไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการเสนอไปยังกรมการประกันภัย สำหรับเงื่อนไขการรับประกันชีวิต สุนัขจะต้องมีอายุ 3 เดือน-7 ปี ทุกตัวต้องได้รับการตรวจสุขภาพ ฝังไมโครชิป ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดสุนัข โรคลำไส้อักเสบ โรคตับอักเสบ โรคพิษสุนัขบ้า ทุนประกันจะสูงหรือต่ำ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และจุดประสงค์ในการเลี้ยง
สุนัขที่มีประวัติสายพันธุ์ มีทุนประกันได้สูงสุด 5 แสนบาท หากเป็น พันทาง ไม่มีประวัติสายพันธุ์ อยู่ที่ 5 พัน-1 หมื่นบาท ส่วนพันธุ์ไทยหลังอาน และพันธุ์บางแก้ว 12,000-15,000 บาท กำหนดจ่ายเบี้ยประกันร้อยละ 9 ของทุนประกัน ส่งเบี้ยปีละครั้ง
ด้าน น.ส.วรุทัย แก้วกำแพง เจ้าของบ้านชิวาวาทีคัพสวีทโฮม ซึ่งมีการซื้อประกันชีวิตให้หมาที่เลี้ยงไว้ทุกตัว กล่าวว่า เลี้ยงสุนัขพันธุ์ชิวาวาไว้กว่า 10 ตัว โดยเฉพาะชิวาวาทีคัพ เป็นพันธุ์ที่เล็กที่สุดในโลก ทุกตัวจะทำประกันชีวิตไว้ตัวละ 3 หมื่นบาท
เพราะสุนัขแต่ละตัวมีราคาแพง บางตัวราคาเกือบ 1 แสนบาท ประกอบกับพันธุ์ชิวาวาจะมีโรคขาดน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นโรคประจำสายพันธุ์ การทำประกันไว้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความอุ่นใจ เพราะจะคุ้มครองเมื่อสุนัขป่วยหรือเสียชีวิต


ที่มา http://www.mittare.com/service.php?chk=8

ประกันชีวิตสุนัข

Who : บริษัทมิตรแท้ประกันภัย

What : การประกันภัยสุนัขเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ในระยะแรก บริษัทฯ ให้ความคุ้มครอง เฉพาะกรณีที่สุนัขเสียชีวิตเท่านั้น ในระยะต่อไปจะขยายความคุ้มครอง ไปถึงการประกันอุบัติเหตุและสุขภาพด้วย

Where : บริษัทมิตรแท้ประกันภัยทั่วประเทศ

When : บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด ได้มีการเปิดตัวโครงการรับประกันภัยสุนัขอย่างเป็นทางการ โดยมีการจัดงาน "วันรวมพลคนรักสุนัข" ขึ้นที่สำนักงานใหญ่ในวันที่ 22 ธันวาคม 2549

Why : การประกันชีวิตสุนัขจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถให้ความคุ้มครองในกรณีเสียชีวิต ไม่ว่าจะมาจากอุบัติเหตุหรือป่วย สำหรับในไทย ขณะนี้มีเพียงบริษัทเดียวที่รับประกันชีวิตสุนัข แต่ในอนาคตจะขยายความคุ้มครองไปถึงการประกันสุขภาพ เจ็บป่วยรักษาให้เหมือนประกันสุขภาพ และประกันบุคคลที่ 3 ในกรณีที่สุนัขอาจจะไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น

How : สุนัขที่มีประวัติสายพันธุ์ มีทุนประกันได้สูงสุด 5 แสนบาท หากเป็น พันทาง ไม่มีประวัติสายพันธุ์ อยู่ที่ 5 พัน-1 หมื่นบาท ส่วนพันธุ์ไทยหลังอาน และพันธุ์บางแก้ว 12,000-15,000 บาท กำหนดจ่ายเบี้ยประกันร้อยละ 9 ของทุนประกัน ส่งเบี้ยปีละครั้ง

Whom : คนที่รักสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ใช่แค่เห็นเป็นเพียงสัตว์เฝ้าบ้านเท่านั้น
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 11 12 [13] 14
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!