AI Thailand
พฤศจิกายน 01, 2014, 07:55:51 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Anatomy of a Trend (Design)  (อ่าน 54660 ครั้ง)
sbgig
Newbie
*
กระทู้: 9


ดูรายละเอียด
« ตอบ #75 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2008, 05:00:30 PM »

อายุ 23 ปี
ว่างๆ ชอบเล่นเน็ต ดูหนัง ชมนกชมไม้
รหัสนักศึกษา 505740335-6
อ่านหน้า 190เรื่อง Trend Spotting Clues

สรุปความย่อๆ

เทรนด์จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยหลักสำคัญดังนี้
     - เทรนด์ที่เกิดขึ้นก็เพื่อตอบสนองความต้องการหลักของมนุษย์
       (ยกตัวอย่าง กระแสลดโลกร้อน ทุกคนต่างหันมารณรงค์เรื่องลดโลกมากเพื่อตอบสนองเรื่องลดอุณหภูมิโลก จะเห็นได้จาก รายการ30ยังแจ๋ว ที่ออกมาเชิญชวนให้ผู้ชมนำเศษกล่องนมที่เป็นขยะมาทำโต๊ะเขียนหนังสือแจกนักเรียน ซึ่งได้ทั้งบุญและลดโลกร้อน)     - ผู้นำเทรนด์จำนวนมากเป็นผู้รับเทรนด์เข้ามา
     - ตามเมืองใหญ่ๆมักจะมีผู้นำเทรนด์เกิดขึ้นเสมอ
       (ยกตัวอย่าง เช่น โตเกียวประเทศญี่ปุ่น และกรุงโซลประเทศเกาหลี โดยในไทยตอนนี้จะฮิตการแต่งหน้า และแต่งตัวตามโตเกียว และกรุงโซลมากเลยส่งผลให้ธุรกิจการขายเสื้อผ้าและเครื่องสำอางค์ของญี่ปุ่นและเกาหลีฮิตมากในปัจจุบัน)
     - เทรนด์จะแพร่กระจายไปตามเมืองที่มีผู้นำเทรนด์อย่างรวดเร็ว
     - ผลิตภัณฑ์หรือสไตล์สามารถเลียนแบบหรือคัดลอกได้
     - ทั้งหมดนี้เป็นการเชื่อมโยงระหว่างความมีชื่เสียงและสมัยนิยม และเป็นการเชื่อมโยงระหว่างหนังฮอลลีวู๊ดกับสมัยนิยม

      บริษัทหลายบริษัทพยายามผสมผสานการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับรูปแบบและรสนิยม เพื่อให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจของพวกเขา โดยทั้งหมดนี้สามารถเรียนรู้ได้จากแนวโน้มของลักษณะนิสัย
     - คุณจะต้องพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งททางการตลาดที่ตั้งไว้อยู่เสมอ
     - คุณสามารถหาผู้นำเทรนด์ของสินค้าคุณได้จากลูกค้าของคุณเองโดยการพัฒนาสิ่งใหม่ โดยใช้แนวความคิดและสไตล์อย่างต่อเนื่อง 
       (ยกตัวอย่างใกล้ตัว เคยฟังเรื่องของอ.ภิญโญเกี่ยวกับการใส่ชุดไหม อาจารย์เล่าว่าไปซื้อชุดไหมมาใส่ แล้วมีคนถามว่าไปซื้อมาจากไหน จากนั้นมีคนซื้อใส่ตาม จากเดิมที่อาจารย์เป็นลูกค้า แล้วก็กลายมาเป็นผู้นำเทรนด์ในการใส่ชุดไหม)

http://209.85.175.104/search?q=cache:oE2-chUejPAJ:www.bloggang.com/mainblog.php%3Fid%3Dnooaom%26month%3D16-07-2008%26group%3D37%26gblog%3D1+%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A330%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%A7&hl=th&ct=clnk&cd=4&gl=th

http://www.weloveshopping.com/template/a26/show_article.php?shopid=23429&qid=19448

บันทึกการเข้า
sbgig
Newbie
*
กระทู้: 9


ดูรายละเอียด
« ตอบ #76 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2008, 06:49:16 PM »

รหัส 505740335-6
อ่านหน้า 190

ต่อจากกระทู้ข้างบน
เอาลิ้งค์ตัวอย่างในหนังมาเพิ่มค่ะ

http://www.trendhunter.com/trends/trend-in-trend-spotting-importance-on-the-rise
บันทึกการเข้า
shanaou
Newbie
*
กระทู้: 6


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #77 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2008, 01:53:12 PM »

อายุ 23
รหัส 505740285-5
อ่านหน้า 116-117
งานอดิเรก  อ่านหนังสือ ฟังเพลง
ข้อความในหนังสือ
Trend-Spotting Clues
 เมื่อพวกเราต้องการเทรนอะไรใหม่ๆซึ่งเทรนนั้น พวกเราสามารถเรียนรู้ได้จาก เทรนที่มีลักษณะเฉพาะที่อยู่ในบทนี้
- จะมีสถานที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะนั้น จะสามารถสร้างเทรนให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกได้
- การเพิ่มขึ้นนี้จะเชื่อมต่อกับผู้สร้างเทรน ซึ่งผู้ที่สร้างเทรนมักจะอยู่ในเมืองที่เป็นสถานที่พักผ่อน
- ตัวแปรที่สำคัญเกี่ยวกับผู้กำหนดเทรนนั้นจะอยู่ในเมืองหรือกลุ่มที่ผู้กำหนดเทรนนั้นอยู่
- ตามเมืองต่างๆที่มีประวัติศาสตร์มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของเทรน เช่น ที่ Los Angles, San Francisco, New York, London, Paris, Milan and Tokyo
- แน่นอนประเภทของเทรนที่ปรากฏออกมาจากเมืองต่างๆนั้น จะมีลักษณะเฉพาะหรือมีจุดเด่นเฉพาะตัว   
  เทรนที่ปรากฏขึ้นมาจะมีลักษณะคล้ายๆหรือมีส่วนคล้ายกันกับเมืองที่พวกเขาอยู่
- กลุ่มของผู้กำหนดเทรนหรือผู้นำเทรนภายในเมืองใหญ่ๆนั้นมักจะมีประวัติของการริเริ่มมาจาก
  การเป็นผู้นำเทรนภายในกลุ่มหรือภายในบ้านของตนเองก่อน
 
Link ที่เกี่ยวข้อง
เช่นที่มิลานเป็นเมืองที่มีความสำคัญในด้านแฟชั่นและดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียง www.versace.com
 ที่ Shinjuku จะเป็นเมืองแฟชั่นของวัยรุ่นของญี่ปุ่น http://webboard.qq.sanook.com/forum/?topic=2433256
ที่ New York http://nymag.com/urban/guides/bestofny/shopping/02/trendsettingstore.htm
 
ตัวอย่างใกล้ตัว
เราก็จะเห็นได้ จากในประเทศของเราเองหรือประเทศใกล้เคียงของเรา เช่น ที่ประเทศไทยเราจะพบผู้นำเทรนได้จาก  พารากอน, สยามเซ็นเตอร์ เป็นต้น
ซึ่งสถานที่เหล่านี้จะเป็นที่กลุ่มวัยรุ่นมาเดิน มาเที่ยวเยอะมากๆ และถ้าเราสังเกตุกลุ่มวันรุ่นเหล่านี้จะพบว่ามีหลายๆกลุ่มที่จะมีผู้นำเทรนอยู่ในนั้น
http://www.centralworld.co.th/whatsnew.php
http://lollol.exteen.com/20071226/experiment-at-j-trend-in-town
http://www.hifulla.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=423590&Ntype=2


บันทึกการเข้า
Antony
Newbie
*
กระทู้: 6


ดูรายละเอียด
« ตอบ #78 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2008, 10:56:52 PM »

รหัส 505740310-2
อายุ 24
กีฬา หนังสือ Internet, Movie, TV.
หน้า 139-142
สรุปความ
   บริษัท แอปเปิ้ล ผู้ผลิตไอพอด เครื่องเล่นเอ็มพี3 ในแคลิฟอเนีย  โดยนักออกแบบชาวอังกฤษโจนนาธาน ไอวี ผู้ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ ไอแม็ค เป็นบริษัทที่ต้องการนำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ฯ เข้าสู่ชีวิตในห้องนั่งเล่นโดยอาสัยรูปทรงรูปไข่และใช้สีกึ่งโปร่งแสง
   ไอพอดถูกแนะนำออกสู่ท้องตลาดครั้งแรกในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2001 เริ่มต้นที่ตลาดคนเสพดนตรีในอเมริกาตามมาด้วยตลาดในยุโรปในเดือนถัดไป ในขณะที่เครื่องเล่น MP3เครื่องแรกซึ่งถูกนำมาขายครั้งแรกในช่วงปี 1990 เพื่อตอบสนองความต้องการผลิตภัณท์เครื่องเสียงอิเล็คทรอนิกในรูปแบบที่ไม่เรียบง่ายเท่าใดนักแต่หรูหรา แต่ไอพอดนั้นเป็นการนำเอานวัฒกรรมหลายรูปแบบมาผสมผสานกัน ทั้งมีขนาดเล็กเพียงแค่หนึ่งในสี่ของเครื่องเล่น MP3 การใช้ระบบสั่งงานจากหน้าจอ รวมทั้งเรื่องของรูปร่างมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ บาง ทนทานด้วยสีขาวและไฟเรืองแสง บางคนได้พบเห็นครั้งแรกถึงกับคิดว่าเป็นการออกแบบของ พราด้าแบรนด์ดังจากอิตาลี ขณะนั้นอุปกรณ์เครื่องเสียงเกือบจะทั้งหมดมีสีเทาและดำเท่านั้น แต่หูฟังไอพอดกลับมีสีขาวสดใส ราคาแนะนำของไอพอดอยู่ที่ 400ดอลล่าร์ สิ้นปีไอพอดขายได้มากกว่า 125,000 เครื่อง
   ไอพอดนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยเวลาอันสั้น วิศวกรที่รับผิดชอบถูกจ้างในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2001 โดยมีโครงการคือการสร้างเครื่องเล่นMP3 แบบใหม่ให้ทันขายในช่วงคริสมาสต์ ปีเดียวกันนั้น ด้วยนิยามว่า “ใช้ง่ายและหรูหรา”
   ในช่วงเวลาอันสั้นในการนำแนะพร้อมด้วยการโฆษณาอย่างยิ่งใหญ่ ได้มีการพัฒนาการโหลดเพลงให้รวดเร็ว เพลงที่สามารถบรรจุลงในไอพอดจึงมีเพิ่มมากขึ้นและในเวลาเดียวกันราคาก็ลดลง นอกจากนี้ บริษัท แอปเปิ้ลจดลิขสิทธิ์เพลงเป็นหลักแสนเพลงเพื่อให้พร้อมต่อการโหลด เก็บไว้ในคลังเพลงไอทูน มิวสิก
   ในช่วงฤดูร้อนปี 2002 บริษัท แอ็ปเปิ้ลเปิดสาขาใหม่ในกรุงนิวยอร์กซึ่งเป็นแหล่งรวมแฟชั่นมากมาย และเปิดสาขาใหม่อย่างไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเปิดตัวไอพอดรุ่นที่สอง ที่หน้าจอมีวงล้อสั่งงาน
   ช่วงท้ายปี 2002 บริษัท แอ็ปเปิ้ลประกาศจะนำแนะไอพอดรุ่นพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัด โดยมีรายเซ็นของบุคคลที่มีชื่อเสียงอยู่ด้านหลังเครื่อง เช่น มาดอนน่า โทนี่ ฮอกว์ เดวิด เบ็คแฮม หรือจะออกแบบให้เป็นตัวคุณเองก็ยังได้ ในตอนสิ้นปีไอพอดขายได้ทั้งหมด 700,000 เครื่อง และรุ่นที่สามซึ่งมีรูแบบของปุ่มที่แตกต่างไป ช่วงเวลาเดียวกันคลังเพลงไอทูน มิวสิกได้เปิดสำหรับการค้าขายในระบบออนไลน์
   ในเดือนกันยายนปี 2003 ไอพอดถูกขายไป 1,400,000เครื่องและเกือบเป็น 2,000,000เครื่องตอนสิ้นปี บริษัท แอ็ปเปิ้ลสามารถครองตลาดได้หนึ่งในสามส่วนของตลาดทั้งหมด ในปีถัดมาไอพอด มินิซึ่งมีขนาดเล็กมากถูกนำออกสู่ท้องตลาด มันมีรูปแบบใหม่อย่างสมบูรณ์ วงล้อที่ใช้สั่งงานที่หน้าจอก็เล็กลง สีสันคล้ายกับโลหะ ซึ่งให้ความรู้สึกที่นำสมัย พร้อมด้วยสีเลือกถึงห้าสีใหม่

Link ที่เกี่ยวข้อง
www.apple.com/itunes/+ipod&hl
www.thaiipod.net/+ipod

ตัวอย่างจริง
   การแข่งขันในการพัฒนาการเสพดนตรีไม่ได้หยุดอยู่แค่เครื่องเล่นต่างๆเท่านั้น แต่ยังคงมีการแข่งขันในธุรกิจชนิดอื่น ตลาดอื่นอีกด้วย ยกตัวอย่าง เช่น มือถือ การพัฒนาระบบที่ใช้ในการเสพดนตรีของโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะการที่มือถือสามารถตอบสนองความต้องการด้านนี้ได้นั้นทำให้เพิ่มกลุ่มลูกค้าของยี่ห้อนั้นๆ ให้มีมากขึ้นด้วย เนื่องจากมันได้กลายเป็นเหตุผลหนึ่งในการเลือกโทรศัพท์ไปแล้ว


Link ที่เกี่ยวข้อง
www.sonyericsson.com/walkman/+sony+walk
www.samsung.com/th/consumer/type/type.do?group=mobilephone&type=mobilephone
www.siamphone.com/catalog/phoneone/main.htm
บันทึกการเข้า
freetor
Newbie
*
กระทู้: 7


ดูรายละเอียด
« ตอบ #79 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2008, 08:10:03 AM »

อายุ           18
เลขที่บัตรนักศึกษา     505740290-2
ว่างๆทำอะไร       ดูหนัง  ฟังเพลง  เล่น Internet  อ่านหนังสือ    
หน้า           23 
   แนวความคิดหลักของมาสโลว์   คือ  คนมีความต้องการที่จำเป็น  คือ  ความต้องการขั้นพื้นฐานที่จะต้องเติมเต็มก่อนที่เขาจะคิดหาความต้องการขั้นสุดยอดของชีวิต   อีกประการหนึ่ง  คนเราต้องการอาหารที่อยู่อาศัยและสิ่งจำเป็นอย่างอื่นอีกก่อนที่เราจะเริ่มคิดหาเสื้อผ้าที่ต้องการสวมใส่หรือเราต้องการตกแต่งบ้านเราอย่างไร
   จากการอ่านตำราของมาสโลว์   ปรากฏว่าสิ่งที่เขารู้คือความต้องการของมนุษย์แตกต่างมากกว่าการมีชีวิตอยู่ง่ายๆขึ้นอยู่กับความต้องการทางสังคมต้องเติมเต็มก่อนที่เขาจะหาความสำเร็จให้กับตัวเอง    ความจริงตำราเล่มแรกของเขาได้ชี้ให้เห็นความต้องการของมนุษย์ไว้  7  อย่างดังต่อไปนี้
(อ่านจากล่างขึ้นบน)
7.   ความต้องการให้ตนเองประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง
6.   ความต้องการด้านสุนทรีศาสตร์  ความดี  ความงาม
5.   ความต้องการการยอมรับ
4.   ความต้องการความเคารพนับถือ
3.   ความต้องการเป็นที่รักและเป็นที่รักของบุคคลอื่น
2.   ความต้องการความปลอดภัย
1.   ความต้องการทางกาย
   มาสโลว์ยอมรับว่าวิทยาศาสตร์รู้เกี่ยวกับความต้องการทางศีลธรรม  ความดีความงาม น้อย  แต่การมองย้อนหลังสั้นๆในประวัติศาสตร์ของมนุษย์แสดงให้เห็นว่า  คนเรามักจะครอบงำเรื่องรูปแบบและรสนิยมก่อนเสมอ  คิดถึงการทาสี-ที่ค้นพบในทางตอนใต้ของฝรั่งเศสดูสิ  เป็นที่ชัดเจนว่ามนุษย์ยุคแรกๆไม่ได้ใช้เวลาล่าสัตย์  เพื่อเป็นอาหาร  หรือเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ
   พร้อมแนวคิดนี้  ทำให้เกิดความรู้สึกว่าผู้บริโภคในขั้นตอนที่แตกต่างกันในการปกครองแต่ละยุคจะมีความสนใจที่แตกต่างกันในเรื่องรูปแบบและรสนิยม  เมื่อพวกเขามีความเพียงพอ  เพราะเขาอยู่ในจุดสูงสุดของความต้องการและการเข้าครอบงำในเรื่องรูปแบบและรสนิยมนี้ดูเหมือนว่าจะไม่เปลี่ยนไป  นอกจากระบบเศรษฐกิจและการเมืองจะเปลี่ยนไปhttp://webspace.ship.edu/cgboer/maslow.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Maslow's_hierarchy_of_needs
http://psychology.about.com/od/theoriesofpersonality/a/hierarchyneeds.htm
ตัวอย่างใกล้ตัว
         ในเรื่องของผู้บริโภคหรือผู้ที่นำ Trend  นั้นมีปัจจัยอยู่หลายอย่างที่ Trend  จะเกิดขึ้นมาใหม่  ซึ่งมันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและสังคมแต่ละระดับของผู้ที่นำ Trend  หรือผู้ที่ตาม Trend เพราะส่วนมากสังคมและสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวชี้วัดว่า Trend จะไปในทิศทางไหน  ตัวอย่างเช่น  วัยอายุระหว่าง  13-18  ก็จะมี Idol ที่นำ Trend ของพวกเขา   และยังสามารถแตกออกไปอีกได้หลาย Trend เช่น การฟังเพลงของกลุ่มอายุ  13-18  ก็มีหลายแนว  Indy   Hiphop  J_pop  K_Pop  Rock  หมอลำ  ลูกทุ่ง   เพื่อชีวิต   เป็นต้น  ซึ่ง Tend การแต่งตัวของวัยรุ่นที่ฟังเพลงแต่ละแนวก็จะแตกต่างกันไปซึ่งการแต่งตัวของกลุ่มวัยนี้ก็จะมี Idol และแฟชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ ของพวกเขาเพื่อแสดงความเป็นตัวตนว่าพวกเขาชอบฟังเพลงแนวไหนและแต่งตัวแบบไหน......จบ ร้องไห้ จุมพิต ลังเล รูดซิบปาก อายจัง แลบลิ้น ขยิบตา ตกใจ
http://www.zheza.com
http://women.mthai.com
http://jpopmagazine.exteen.com
http://www.siaminfobiz.com/mambo/index.php/content/view/2044/83/
http://www.thaicatwalk.com
บันทึกการเข้า
dogzilla
Newbie
*
กระทู้: 8


ดูรายละเอียด
« ตอบ #80 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2008, 07:32:49 PM »

อายุ  22
เลขที่บัตรนักศึกษา  505740346-1
ว่างๆทำอะไร   ฟังเพลง  เล่นเนต
หน้า  100  TOKYO
ข้อความในหนังสือ
       นานมาแล้วเหตุผลที่โตเกียวมีอิทธิพลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของชาวตะวันตก
ในยุโรปและอเมริกาการทำสินค้าเลียนแบบเกิดขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในญี่ปุ่นมีการ copy สินค้าทุกประเภทตั้งแต่กล้อง รองเท้า adidas nike ในเมื่อสินค้า copy มีจำนวนมาก เลยคิดจะนำสินค้าของแท้เข้ามาขาย คือรูปแบบการพัฒนาแฟชั่นในญี่ปุ่นมาจากการ copy ทำให้สินค้า copy ถูกกว่าของลิขสิทธิ์และส่งออกไปขาย หลังจากนั้นประเทศอื่นๆก็ได้ทำตาม เช่น จีน วัฒนธรรมเล็กๆของโตเกียวได้เริ่มโตขึ้นในปี 1980 ดีไซเนอร์จำนวนหนึ่งได้เข้ามาที่ญี่ปุ่นเพื่อหาแรงบันดาลใจในการออกแบบสินค้าที่มีการพัฒนาร่วมกันและได้นำสินค้าไปโชว์ที่ปารีส จนในปี 1990 แฟชั่นจากญี่ปุ่นได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นโลก
      ในปัจจุบันมีกระบวนการเลียนแบบสินค้าที่แพร่หลายมาก โดยจะมีความหมายและประเถทของการเลียนแบบดังนี้
        http://www.ismed.or.th/SME2/src/upload/knowledge/1181535116466ccb8c352e6.pdf
        http://www.islamhouse.com/p/57609
     และสิ่งที่มีส่วนทำให้เกิดการเลียนแบบของมนุษย์อาจจะมาจากสิ่งต่างๆที่ใกล้ตัวเช่น
        ภาพยนตร์ทำให้เกิดการเลียนแบบ
         http://filmsick.exteen.com/20070117/entry
       ดูกายกรรมก็เล่นเลียนแบบกายกรรม
         http://bonny.exteen.com/20061031/entry
       การเลียนเเบบเพื่อการเรียนรู้นำไปสู่ความสำเร็จ
         http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?p=668955
       




บันทึกการเข้า
crazyamstel
Newbie
*
กระทู้: 6


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #81 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2008, 03:36:08 PM »

รหัส 505740310-2
อายุ 24
กีฬา หนังสือ Internet, Movie, TV.
หน้า 139-142
สรุปความ
   บริษัท แอปเปิ้ล ผู้ผลิตไอพอด เครื่องเล่นเอ็มพี3 ในแคลิฟอเนีย  โดยนักออกแบบชาวอังกฤษโจนนาธาน ไอวี ผู้ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ ไอแม็ค เป็นบริษัทที่ต้องการนำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ฯ เข้าสู่ชีวิตในห้องนั่งเล่นโดยอาสัยรูปทรงรูปไข่และใช้สีกึ่งโปร่งแสง
   ไอพอดถูกแนะนำออกสู่ท้องตลาดครั้งแรกในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2001 เริ่มต้นที่ตลาดคนเสพดนตรีในอเมริกาตามมาด้วยตลาดในยุโรปในเดือนถัดไป ในขณะที่เครื่องเล่น MP3เครื่องแรกซึ่งถูกนำมาขายครั้งแรกในช่วงปี 1990 เพื่อตอบสนองความต้องการผลิตภัณท์เครื่องเสียงอิเล็คทรอนิกในรูปแบบที่ไม่เรียบง่ายเท่าใดนักแต่หรูหรา แต่ไอพอดนั้นเป็นการนำเอานวัฒกรรมหลายรูปแบบมาผสมผสานกัน ทั้งมีขนาดเล็กเพียงแค่หนึ่งในสี่ของเครื่องเล่น MP3 การใช้ระบบสั่งงานจากหน้าจอ รวมทั้งเรื่องของรูปร่างมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ บาง ทนทานด้วยสีขาวและไฟเรืองแสง บางคนได้พบเห็นครั้งแรกถึงกับคิดว่าเป็นการออกแบบของ พราด้าแบรนด์ดังจากอิตาลี ขณะนั้นอุปกรณ์เครื่องเสียงเกือบจะทั้งหมดมีสีเทาและดำเท่านั้น แต่หูฟังไอพอดกลับมีสีขาวสดใส ราคาแนะนำของไอพอดอยู่ที่ 400ดอลล่าร์ สิ้นปีไอพอดขายได้มากกว่า 125,000 เครื่อง
   ไอพอดนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยเวลาอันสั้น วิศวกรที่รับผิดชอบถูกจ้างในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2001 โดยมีโครงการคือการสร้างเครื่องเล่นMP3 แบบใหม่ให้ทันขายในช่วงคริสมาสต์ ปีเดียวกันนั้น ด้วยนิยามว่า “ใช้ง่ายและหรูหรา”
   ในช่วงเวลาอันสั้นในการนำแนะพร้อมด้วยการโฆษณาอย่างยิ่งใหญ่ ได้มีการพัฒนาการโหลดเพลงให้รวดเร็ว เพลงที่สามารถบรรจุลงในไอพอดจึงมีเพิ่มมากขึ้นและในเวลาเดียวกันราคาก็ลดลง นอกจากนี้ บริษัท แอปเปิ้ลจดลิขสิทธิ์เพลงเป็นหลักแสนเพลงเพื่อให้พร้อมต่อการโหลด เก็บไว้ในคลังเพลงไอทูน มิวสิก
   ในช่วงฤดูร้อนปี 2002 บริษัท แอ็ปเปิ้ลเปิดสาขาใหม่ในกรุงนิวยอร์กซึ่งเป็นแหล่งรวมแฟชั่นมากมาย และเปิดสาขาใหม่อย่างไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเปิดตัวไอพอดรุ่นที่สอง ที่หน้าจอมีวงล้อสั่งงาน
   ช่วงท้ายปี 2002 บริษัท แอ็ปเปิ้ลประกาศจะนำแนะไอพอดรุ่นพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัด โดยมีรายเซ็นของบุคคลที่มีชื่อเสียงอยู่ด้านหลังเครื่อง เช่น มาดอนน่า โทนี่ ฮอกว์ เดวิด เบ็คแฮม หรือจะออกแบบให้เป็นตัวคุณเองก็ยังได้ ในตอนสิ้นปีไอพอดขายได้ทั้งหมด 700,000 เครื่อง และรุ่นที่สามซึ่งมีรูแบบของปุ่มที่แตกต่างไป ช่วงเวลาเดียวกันคลังเพลงไอทูน มิวสิกได้เปิดสำหรับการค้าขายในระบบออนไลน์
   ในเดือนกันยายนปี 2003 ไอพอดถูกขายไป 1,400,000เครื่องและเกือบเป็น 2,000,000เครื่องตอนสิ้นปี บริษัท แอ็ปเปิ้ลสามารถครองตลาดได้หนึ่งในสามส่วนของตลาดทั้งหมด ในปีถัดมาไอพอด มินิซึ่งมีขนาดเล็กมากถูกนำออกสู่ท้องตลาด มันมีรูปแบบใหม่อย่างสมบูรณ์ วงล้อที่ใช้สั่งงานที่หน้าจอก็เล็กลง สีสันคล้ายกับโลหะ ซึ่งให้ความรู้สึกที่นำสมัย พร้อมด้วยสีเลือกถึงห้าสีใหม่

Link ที่เกี่ยวข้อง
www.apple.com/itunes/+ipod&hl
www.thaiipod.net/+ipod

ตัวอย่างจริง
   การแข่งขันในการพัฒนาการเสพดนตรีไม่ได้หยุดอยู่แค่เครื่องเล่นต่างๆเท่านั้น แต่ยังคงมีการแข่งขันในธุรกิจชนิดอื่น ตลาดอื่นอีกด้วย ยกตัวอย่าง เช่น มือถือ การพัฒนาระบบที่ใช้ในการเสพดนตรีของโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะการที่มือถือสามารถตอบสนองความต้องการด้านนี้ได้นั้นทำให้เพิ่มกลุ่มลูกค้าของยี่ห้อนั้นๆ ให้มีมากขึ้นด้วย เนื่องจากมันได้กลายเป็นเหตุผลหนึ่งในการเลือกโทรศัพท์ไปแล้ว


Link ที่เกี่ยวข้อง
www.sonyericsson.com/walkman/+sony+walk
www.samsung.com/th/consumer/type/type.do?group=mobilephone&type=mobilephone
www.siamphone.com/catalog/phoneone/main.htm

เจ้าของคนที่โพส  ช่วยดูด้วยน่ะครับ

ว่าซ้ำกับคนอื่น

ช่วนตรวจดูด้วย
บันทึกการเข้า
nart
Newbie
*
กระทู้: 8


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #82 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2008, 03:15:18 PM »

อายุ 24 ปี
รหัส 505740345-3
งานอดิเรก อ่านหนังสือ เล่น Internet
หน้า 57 เรื่อง Trend-spotting clues
สรุปความ
           เมื่อพวกเราต้องการหาเทรนด์ใหม่ๆ พวกเราสามารถเรียนรู้ได้จากลักษณะของเทรนด์ หรือเรียนรู้จากสิ่งต่างๆต่อไปนี้
   1. จากผู้สร้างเทรนด์หรือผู้นำเทรนด์ ซึ่งไม่ใช่เพียงผู้เดียว แต่จากกลุ่มคนที่มีความคิดคล้ายคลึงกัน
   2. จากตัวอย่างของกลุ่มผู้นำเทรนด์ ซึ่งกลุ่มผู้นำเทรนด์มีดังต่อไปนี้
              -   วัยรุ่น
              -   ดีไซน์เนอร์
              -   ศิลปิน
              -   เศรษฐี
              -   ผู้มีชื่อเสียง
              -   เกย์
              -   กลุ่มคนที่มีสไตล์คล้ายๆกัน
   3. ถ้าคน 1 คนหรือมากกว่านั้นในกลุ่มยอมรับในสไตล์ใหม่ มันก็เพียงพอที่จะทำให้สไตล์กลายเป็น
เทรนด์ได้
   4. ผู้นำเทรนด์ในกลุ่มยอมรับสไตล์ที่เกิดขึ้นใหม่ มันก็เพียงพอที่จะทำให้สไตล์กลายเป็นเทรนด์ได้
   5. เทรนด์ที่เกิดจากกลุ่มของผู้นำเทรนด์ เป็นไปได้ที่จะเป็นตามรูปแบบของเทรนด์ก่อนหน้าที่เกิดมาจากกลุ่ม
   6. จากการเรียนรู้สไตล์ และรสนิยมของผู้นำเทรนด์  เราสามารถที่จะกลายเป็นผู้นำของเทรนด์ใหม่ๆของกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน

Link ที่เกี่ยวข้อง
http://www.grandprixgroup.com/new/magazine/grandprix/detail.asp?Detail_Id=4650&Column_Name=New%20Comer
http://th.88db.com/th/Services/Post_Detail.page/buy_sell/health_personal_care_products_diet_nutrition/?PostID=143424
http://www.healthcorners.com/2007/article/showPicpost.php?category=fashion&id=140

ตัวอย่างใกล้ตัว
    จากเรื่องผู้นำเทรนด์ที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการเกิดเทรนด์เกิดจากกลุ่มคนที่มีความคิดคล้ายคลึงกัน หรือกลุ่มบุคคลที่เป็นผู้ติดตามสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีความสนใจในเทคโนโลยีเกี่ยวกับ computer หรือ notebook รวมไปถึงวัยรุ่นที่มีความสนใจในเรื่องการแต่งตัวแปลกใหม่ เช่น กลุ่มวัยรุ่นที่แต่งกายเรียนแบบเกาหลี กลุ่มวัยรุ่นที่แต่งตัวแบบฮิพฮอพ ซึ่งจะเห็นได้ว่ากลุ่มวัยรุ่นประเภทนี้จะก่อให้เกิดเทรนด์ได้
      
Link ที่เกี่ยวข้อง
http://www.overclockzone.com/pod/Year2006/0606computex_notebook/index.html
http://www.fwdder.com/topic/9695
http://www.overclockzone.com/pod/Year2005/0605taiwanunseenthelast/index4.htm

บันทึกการเข้า
yAnKeE
Newbie
*
กระทู้: 9



ดูรายละเอียด
« ตอบ #83 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2008, 04:23:36 PM »

อายุ : 24 ปี
เลขที่บัตรประจำตัว: 505740307-1
กิจกรรมยามว่าง: เล่นคอมฯ เล่นกีฬา
หน้า: 180-183

ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่า บ่อยแค่ไหนที่มีการเปลี่ยนแปลงสไตล์ใหม่ๆ

นี่เป็นอีกกรณีนึงที่เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการออกแบบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์  ซึ่งตราสินค้านั้นๆควรต้องการอยู่ในตำแหน่งของทฤษฎีในรูปภาพของ ไพ่รูปข้าวหลามตัด หรือ Diamond-Shaped Trend Model ที่กล่าวไว้ที่หน้า 153-154 แต่ทว่าแล้วบ่อยแค่ไหนที่ตราสินค้านั้นจะมีการพัฒนาในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อที่จะต้องการอยู่ในตำแหน่งโมเดลนั้น ยกตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตสินค้านั้นต้องทราบว่า ใครที่จะเป็นผู้นำเทรน ซึ่งนั่นเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เห็นถึงระดับความถี่ของการเปลี่ยนแปลงเทรน จากผู้นำเทรนไปยังผู้ที่ตามเทรน จะทราบได้อย่างไรว่าเทรนนั้นมาได้อย่างไร โดยอาจจะมากับสื่อ เช่น หนังสือ นิยาสาร หรืออินเตอร์เน็ต ที่อัฟเดทสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอยู่เสมอ ซึ่งระยะเวลาของเทรนที่ทันสมัยจะมีระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงของเทรนค่อนข้างถี่ อย่างเช่น เครื่องประดับ รองเท้า แว่นตา อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งนึงไม่เกินสามปี ดังนั้นผู้ผลิตต้องมีการเปลี่ยนแปลงเทรนอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ทันสมัย ถ้าแบรนมีการริเริ่มเปลี่ยนแปลงผลิตสินค้าใหม่ๆทุกๆปี ก็จะสามารถดึงดูดกลุ่มผู้บริโภค ให้เป็นผู้นำเทรนได้
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั้นทำให้สิ่งเก่าๆเดิมๆนั้นค่อยๆหายไปแทบมองไม่เห็นของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็คือกำเนิดของแนวโน้มใหม่ สามารถวิเคราะห์ได้ว่า ใครหรือสิ่งใด ที่เป็นตัวทำให้เกิดแนวโน้มใหม่ และแนวโน้มใหม่ๆ นั้นเกิดขึ้นเมื่อใด ที่ใดและอย่างไร และทำให้ทราบถึงวิธีค้นพบ เข้าใจและทำนายการเกิดแนวโน้มใหม่ๆได้

Link เกี่ยวกับหนังสือ:   http://www.prada.com/
http://www.elledecor.co.th/
 http://www.elle.com/
http://www.adidas.com/th/shared/home.asp
 http://www.rayban.com/

ตัวอย่างใกล้ตัว:   การเปลี่ยนแปลงที่ข้าพเจ้าเจออยู่เป็นประจำเกี่ยวข้องกับเรื่องคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ก็มีส่วนสำคัญกับชีวิตในหลายๆคนที่จำเป็นต้องซื้อมาใช้ ข้าพเจ้าจึงสังเกตเห็นอยู่เป็นประจำว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก เมื่อก่อนเคยซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นที่ใหม่ที่สุด อยู่ในกลุ่มประเภทผู้นำเทรนก็ว่าได้ แต่หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ก็มีเครื่องรุ่นใหม่ๆออกมาจำหน่าย ดีกว่า ความสามารถมากกว่า ส่วนรุ่นที่เราเคยซื้อมาก็ราคาตกเร็วมาก ซึ่งเทียบกับราคาตอนที่ซื้อมา สามารถซื้อรุ่นที่ท๊อปที่สุดได้เลย ปัจจุบันจึงแค่เป็นกลุ่มประเภทผู้ตามเทรนมากกว่า
Link เกี่ยวข้อง:      http://www.acer.co.th/v2008/index.php
         http://www.apple.com/mac/
         http://th.asus.com/
http://www.hp.com/
http://h20426.www2.hp.com/campaign/compaq/hk/en/index.asp
บันทึกการเข้า
feejay
Newbie
*
กระทู้: 6



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #84 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2008, 02:35:29 PM »

อายุ : 19 ปี
เลขที่บัตรประจำตัว: 505740255-4
กิจกรรมยามว่าง: เล่นคอมฯ เล่นกีฬา
หน้า:24 – 25

เนื่องจากทุกวันนี้ผู้คนทั่วไปให้ความสนใจในเรื่องStyle และ Taste มีเพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดTrend ใหม่ๆอย่างมากมาย

ในปี 1990 โรงงานผลิตเบียร์ได้มองข้ามและคิดดไม่ถึงว่าการดื่มเบียร์จะลดลง
แต่การสำรวจมาหลายๆๆปีผู้ที่ชอบดื่มเบียร์ลดลง

LINK            http://www.gallup.com/poll/17335/Wine-Gains-Momentum-Americans-Favorite-Adult-Beverage.aspx


ตัวอย่างใกล้ตัว ในปัจจุบันนี้จะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพฤติกรรมมากมาย Taste มาเร็วไปเร็วเหมือนกัน
                  เช่นช่วงปีที่ผ่านมา จตุคามรามเทพ เป็นที่นิยมกันมากแต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ยินพูดถึงเลย

http://www.jatukarm.com/
http://www.ramthep.com/
www.taojatukamramtep.com
http://www.rammathep.com/
http://www.jatukamramatep.com/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2008, 09:24:39 AM โดย feejay » บันทึกการเข้า
NinduS
Newbie
*
กระทู้: 8


ดูรายละเอียด
« ตอบ #85 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2008, 08:55:03 PM »

อายุ  25 ปี
เลขที่บัตรนักศึกษา : 505740318-6
ว่างๆทำอะไร: Design home and interior, ฟังเพลง, ดูหนัง, อ่านหนังสือ, ขับรถหา Idea ใหม่ๆ 
หน้า : 52-53
ข้อความในหนังสือ ตัวอย่างในหนังสือ + Link
การผสมผสาน การสังเกตการณ์ และการลอกเลียนแบบ
กลุ่มของคนที่นำแฟชั่นใหม่ๆแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป ซึ่งรวมไปถึงผู้คนที่ดำเนินชีวิตแตกต่างกันไป ในทางกลับกันผู้ริเริ่มเทรนด์เป็นกลุ่มคนที่มีจำนวนมากกว่าและยังเป็นกลุ่มผสม
สภาพความเป็นมนุษย์ดูเหมือนว่าจะชอบการคบหาสมาคมกับกลุ่มคนที่พูดอย่างกว้างๆแล้วก็คือ มีการแบ่งปันวิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกัน ผู้ริเริ่มเทรนด์จะชอบคบหาสมาคมกับท่านอื่นๆ และเพราะว่าผู้ริเริ่มเทรนด์มีภูมิหลังที่แตกต่างกัน ดังนั้นพวกเขาจึงลงเอยด้วยการผสมผสานของแนวคิดที่มีความหลากหลายอย่างมาก
นี้คือสิ่งสำคัญที่หมายความว่าเราสามารถ ระบุว่า การแทนที่ของกลุ่มผู้นำแฟชั่น ไม่ผันแปรไปตามสังคมอย่างที่เราคิดไว้ พวกเค้าจะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน และผสมผสานกันในความแตกต่างหลากหลายทาง และหลากหลายสังคม นี้หมายถึง เราไม่สามารถ กะเกณฑ์ได้ว่า ใครจะเป็นผู้นำทางแฟชั่นได้  พวกเค้าสามารถเพียงแค่สังเกตการณ์เท่านั้น
กลุ่มของจุดที่มีการผสมผสานที่พบโดยทั่วไปสำหรับผู้ริเริ่มเทรนด์แยกออกเป็นหลายประเภทเช่น ภาพยนตร์ คอนเสิร์ต ศิลปะ งานประมูล ห้องแสดงนิทรรศการ งานมหกรรมศิลปะ งานการกุศล งานโชว์รางวัล เทศกาล และ งานเทศกาลแฟชั่น ต่างๆ เมื่อคนแต่ละกลุ่มมาพบกัน พวกเขาสามารถที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ หรือได้แรงบันดาลใจจากอีกฝ่าย และ เอาเป็นแบบอย่างได้ หรือลอกเลียนแบบได้
การเปลี่ยนเทรนด์ แฟชั่นสไตล์ และรสนิยมต่างๆนั้น จำเป็นจะต้องใช้เวลาในการแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง หรือรู้จัก ค่อนข้างมาก  เทรนด์ไม่สามารถ เกิดขึ้นได้ภายในค่ำคืนเดียว แฟชั่นสมัยนิยม อาจบังเกิดขึ้นได้ค่อนข้างรวดเร็วแต่ก้อยังถูกจำกัดอยู่ในแวดวงเล็กๆ
การกระจายตัว (ขยายตัว)ของแฟชั่นใหม่ หรือ รูปแบบนวัตกรรมแฟชั่น ไปยังคนส่วนใหญ่เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ประเด็นสำคัญก็คือว่ากระบวนการนี้ส่วนมากแล้วจะเกิดขึ้นตอนที่กลุ่มพหุสังคมเข้าร่วม กลุ่มพหุสังคมจะมีหลากหลายสังคมที่มีปฏิสัมพันธ์(ติดต่อสื่อสาร) ซึ่งกันและกัน เทรนด์แทบจะไม่แพร่ขยายโดยกลุ่มเอกสังคม
เทรนด์ใหม่ที่กำลังจะออกมาก็มาจากกลุ่มเอกสังคมนี้แหละ ถ้าเราดูผู้นำทางแฟชัน กลุ่ม พหุสังคมเราจะเห็นว่า ผู้นำทางแฟชั่นจะสังเกตการณ์ ผู้นำทางแฟชั่นคนอื่นๆ และ นำโอกาส นี้มาลอกเลียนแบบ ทำเป็นเทรนด์ ใหม่ และ นวัตกรรมสไตล์ใหม่ๆ ขึ้นมา เพราะ ว่าพวกกลุ่มพหุสังคมจะผสมผสานกันหลายทาง ดังนั้นนวัตกรรมแฟชั่นจะถูกสังเกตการณ์ และลอกเลียนแบบ จากกลุ่มผู้นำทางแฟชั่น อื่น ๆ
นี้คือตัวอย่าง ของกลุ่มพหุสังคม
-ผู้ร่ำรวย (บุคคลที่ร่ำรวย) สามารถจ่ายเงินจ้างดีไซเนอร์ให้มาออกแบบให้
-เหล่าผู้ที่มีชื่อเสียงที่สนุกกับการอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่ได้ปฏิบัติกับพวกเขาอย่างเป็นไอดอล
-กลุ่มชาวเกย์ ยกตัวอย่างเช่น Madonna ที่ได้แรงบันดาลใจเรื่องแฟชั่นมาจากพวกเกย์
-เหล่าดีไซน์เนอร์ที่มีวัฒนธรรมในการชมสิ่งที่ดำเนินต่อไปในวัฒนธรรมคนหนุ่มสาว
-วัฒจักรทางเพศและทางสังคมของชาวเกย์ที่มีการผสมผสานเรื่องสไตล์มากกว่า

http://www.artbangkok.com/art-fashion/knowledge/article_trendthai_somchai%20kaewtong.htm

http://campus.sanook.com/teen_zone/intrend_02395.php

http://www.vintageblues.com/history8.htm

http://www.stylelist.com/celebrity-style/fashion-evolution-madonna

http://www.portfolio.com/views/blogs/mixed-media/2007/09/05/madonna-gives-fashion-rocks-the-brush-off

http://www.ibabuzz.com/fashion/category/celebrities/madonna/

http://celebrityfashionblog.blogspot.com/2008/05/madonna-la-cannes.html

http://www.news-leader.com/apps/pbcs.dll/article?AID=/20080813/ENTERTAINMENT09/808130467/


ตัวอย่างใกล้ตัว + Linkแฟชั่นสมัยนี้มีวิวัฒนาการใหม่ๆ เยอะแยะ ออกใหม่เรื่อยๆ จนสามารถถือได้ว่า แฟชั่นเป็นธุรกิจอีกแบบหนึ่ง ที่นักลงทุนมองถึงแต่ก็มีความเสียงมากเนื่องจาก การเปลี่ยนแปลงของแฟชั่น อยู่ตลอดเวลา ผู้นำแฟชั่นต่างๆ จะลอกเลียนแบบและนำกลับมาปรับปรุงประยุกต์ใหม่เรื่อยๆ แฟชั่นต่างๆ เช่น เสื้อผ้า ร้องเท้า นาฬิกา มือถือ กระเป๋า แฟชั่นจะเป็นวัฐจักร เมื่อหมด Trend แล้ว เวลาผ่านไปก้อจะมีการกลับนำมาเป็นแฟชั่นใหม่อีกครั้ง วนเวียนงี้ไปเรื่อยๆ ทุกยุคทุกสมัย เนื่องจาก ผู้นำแฟชั่นต่างๆ ในโลกของเรา มีการลอกเลียนแบบกัน เช่นวัยรุ่นไทยมักจะลอกเลียนแบบ ดารา นักร้อง หรือ ไอดอลของตน พวกดารา นักร้อง ก็ลอกเลียนแบบตาม ดารานักร้องแถวยุโรป ญีปุ่น หรือดารา นักร้องคนเก่าๆ กางเกงขาเดฟ เลียนแบบสมัยเก่าของเรา (แยมยโสธร) สายเดียวหรือเกาะอกคุณยาย สายนี้เป็นสายเดียวเกาะอก ที่วัยรุ่นนิยมใส่กันในปัจจุบัน

http://www.globalfashionreport.com/?l=th&a=6266



http://women.sanook.com/fashion/fashionshow/fshow_38994.php

http://www.globalfashionreport.com/?l=th&a=8173

http://entertain.teenee.com/thaistarphoto/6383.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 24, 2008, 11:23:39 PM โดย NinduS » บันทึกการเข้า
doungjai
Newbie
*
กระทู้: 20


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #86 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2008, 10:12:26 PM »

อายุ  23 ปี
เลขที่บัตรนักศึกษา : 515740210-7
ว่างๆทำอะไร: ฟังเพลง, ดูหนัง, อ่านหนังสือ, เล่นเน็ต 
หน้า : 96-97

ข้อความในหนังสือ ตัวอย่างในหนังสือ + Link
     ลอนดอนเป็นเมืองหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบและรสนิยม  ในอังกฤษความนำสมัยได้เริ่มต้นจากที่รู้กันคือ "Swinging London" หนึ่งในรูปแบบการแต่งกายของ "Swinging London" คือ Miniskirt ออกแบบโดย Mary Quant ซึ่งได้ไอเดียมาจาก Lynn Darling เด็กหญิงวัย 16 ปีกับเพื่อนที่เรียนในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดในเคมบริด
     หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าลอนดอนจะมีการเติบโตของวัยรุ่นและวัฒนธรรมทางดนตรีก็ไม่ถึงกับล้ำสมัย จริงอยู่ความสนใจของโลกดึงมาจากวัฒนธรรมของวัยรุ่นอังกฤษ แตก็เป็นรูปแบบการนำสมัยช่วงสั้นๆ มีแรงบันดาลใจมาจากความเป็นอยู่และรูปแบบการใช้ชีวิต หรือแม้แต่การแต่งตัว รูปแบบทางดนตรีของพวกเขาเป็นที่ชื่นชอบในหลายๆ ประเทศ
ลอนดอนเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งในยุโรปและเป็นจุดศูนย์กลางของยุโรปด้วย ในยุโรปเป็นที่รู้กันว่ามีการเก็บภาษีต่ำ เป็นการดึงดูดผู้คนที่มั่งคั่งจากเมืองอื่นๆ สำหรับคนที่เพิ่งมาอยู่มองว่าลอนดอนเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของซีกโลกตะวันตก ประชาชนที่มาเที่ยวลอนดอนมีหลากหลาย แต่สิ่งที่ดึงดูดพวกเขาคือศิลปะที่มึความเป็นเอกลักษณ์

http://www.globalfashionreport.com/?l=th&a=7617
http://www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=cartoon103&board=6&id=7&c=1&order=numtopic&bbz_htmledit=Y
http://music.tsu.ac.th/yongkrich/index.php?option=com_content&task=view&id=23&Itemid=35
http://blog.sanook.com/default.aspx?alias=music01

ตัวอย่างใกล้ตัว + Link
     เทรนด์จะเกิดขึ้นมานั้นย่อมมีผู้นำเทรนด์ เช่น ดารา นักร้อง หรือแม้กระทั่งวัยรุ่น เป็นต้น  เทรนด์ที่เกิดขึ้นนั้นส่วนใหญ่ผู้นำเทรนด์ได้มาจากสภาพแวดล้อมและสังคมความเป็นอยู่ผสมผสานกับความแปลกใหม่ ตัวอย่างที่มีเทรนด์ใหม่ๆ ให้เห็นประจำคือ วัยรุ่นที่ชอบมาชอบปิ้งแถวสยามสแคว์ ซึ่งพวกเขาจะดูนำสมัยตลอดเวลา แต่จะเป็นความนำสมัยช่วงสั้นๆ แล้วจะมีการเปลี่ยนเทรนด์ไปเรื่อยๆ

http://www.centralworld.co.th/whatsnew.php
http://www.fashion-siam.com
http://www.atcloths.com
บันทึกการเข้า
esnodown
Newbie
*
กระทู้: 8


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #87 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2008, 11:26:12 PM »

อายุ 25 ปี
505740337-2
กิจรรมยามว่าง เล่นเวทเทรนนิ่ง เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์
หน้า 151-152

        กล่าวถึง...การเป็นผู้นำแฟชั่นนั้นเกี่ยวกับการนำเอาสไตล์รสนิยมใหม่ๆ ซึ่งไม่มีผู้ใดทำมาก่อนการนำสไตล์หรือรสนิยมมาใช้ทำได้หลายทาง อาจจะเป็นการทำให้สีผิวแทน หรือคล้ำคุณก็แค่ตากแดด
        การโฆษณาเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการสมัยนิยม ผู้นำแฟชั่นทำการซื้อสินค้าที่ทันสมัยบ่อยกว่าผู้บริโภคคนอื่นๆ  เช่น มาดอนน่าเป็นผู้นำแฟชั่นที่ร่ำรวยมีชื่อเสียงได้พูดว่า ฉันไม่อยากล้าสมัย ใครบ้างที่ต้องการใส่ชุดที่ใส่เมื่อปีที่แล้ว มีเสื้อผ้าใหม่อีกมากมายที่ต้องซื้อ
        พฤติกรรมความบ่อยในการชอปปิ้งได้รับการรับรองจากการสำรวจโดยแบบโครงสร้างของ The-Diamond – shaped Trend ตัวอย่างในการทดสอบได้ถามถึงความบ่อยที่พวกเขาซื้อสินค้า 3 ประเภท คือ เสื้อผ้า  รองเท้า  และแว่นตากันแดด หลักฐานการซื้อสินค้าทั้ง 3 ประเภทปรากฏว่าผู้นำแฟชั่นได้ซื้อสินค้าใหม่ๆ บ่อยมากกว่าสินค้าเดิมๆผู้นำแฟชั่นเป็นกลุ่มนำแฟชั่นในการบริโภคจำนวนมากในการออกแบบผลิตภัณฑ์

Link เกี่ยวข้องกับหนังสือ
http://en.wikipedia.org/wiki/Madonna_(entertainer)
http://www.beckham-magazine.com/

ตัวอย่างใกล้ตัว
       ปัจจุบันมีการใช้โฆษณาโดยเอาดารา  นักแสดง  นักร้อง หรือผู้ที่มีชื่อเสียง ที่ชอบแต่งตัวออกโชว์ตัวตามงานต่างๆเช่น อั้มพัชราภา  ไชยเชื้อ ที่เป็นนักแสดงดาราคนนี้ชอบแต่งตัวมากซึ่งพอแต่งตัวออกตามงานซักพักก็จะมีวัยรุ่นแต่งตัวตามอั้ม พัชราภา จนลายเป็นเทรนใหม่ของพววัยรุ่นที่แต่งตัวตามดารา

Link ที่เกี่ยวข้อง
http://www.siamha.com/content/data/6/0430.html
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=907525

บันทึกการเข้า
khetpong
Newbie
*
กระทู้: 7


ดูรายละเอียด
« ตอบ #88 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2008, 12:09:08 AM »

อายุ  25 ปี
เลขที่บัตรนักศึกษา : 505740276-6
ว่างๆทำอะไร: ออกกำลังกาย, ฟังเพลง, ดูหนัง, อ่านหนังสือ, เล่นเน็ต, เล่นเกมส์
หน้า : 198

ข้อความในหนังสือ ตัวอย่างในหนังสือ + Link

       แน่นอนว่าการเลียนแบบได้เข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดแล้ว และอุตาหกรรมรถยนต์ก็เช่นกัน จะมีการจัด motor show ระดับชาติโดยเป็นที่สำหรับแต่ละโรงงานนำรถยนต์ต้นแบบใหม่ๆออกมาแสดงซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้ออกแบบขึ้นมาใหม่ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนพัฒนาและยังไม่ได้ถูกผลิตออกมาเพื่อจำหน่าย ผู้คนที่เข้ามาชมรถยนต์ที่งานแสดงในเมืองต่างๆ เช่น Detroit, Paris หรือ Tokyo สามารถที่จะเห็นรถยนต์รูปแบบใหม่ๆก่อนที่โรงงานเหล่านั้นจะนำเสนออกขายด้วยซ้ำ อีกทั้งยังสามารถนำออกไปตีพิมพ์ได้เหมือนๆกับในอุตสาหกรรมแฟชั่น โรงานผลิตรถยนต์อื่นๆก็ไม่อยากจะรอไปจนถึงตอนที่บริษัทคู่แข่งได้นำรถยนต์ลงมาสู่ตลาดจริงๆด้วยเหมือนกัน
       เมื่อใดที่โรงงานผลิดรถยนต์โรงงานใดมีรถยนต์ชนิดใหม่ขึ้นมาบริษัทอื่นๆก็จะติดตามไปอย่างเร็วที่สุด อย่างเช่นในช่วงกลางของปี 1980 Renault ได้เปิดตัวรถยนต์MPV(Multi-Purpose Vehicle)รุ่นแรก ในทุกวันนี้โรงงานผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ก็ได้ผลิตรถยนต์ประเภท MPV(Multi-Purpose Vehicle) รุ่นต่างๆออกมา

http://en.wikipedia.org/wiki/Auto_show
http://en.wikipedia.org/wiki/Multi-purpose_vehicle
http://en.wikipedia.org/wiki/Renault_Espace
http://www.renault.co.uk

ตัวอย่างใกล้ตัว + Link

       หลังจากยามาฮ่าได้เปิดตัวยามาฮ่านูโว จักรยานยนต์เกียร์อัตโนมัติรุ่นแรกของไทยเมื่อหลายปีก่อน โดยสร้างภาพลักษณ์ได้โดดเด่นผ่านพรีเซ็นเตอร์ “ไมเคิล โอเวน” นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ จนยอดขายทะลุเป้า นับเป็นการเปิดตลาดของตัวเองได้สำเร็จจนเห็นภาพของตลาดใหม่ และในทุกวันนี้ก็มีจักรยานยนต์เกียร์อัตโนมัติจากค่ายอื่นๆออกมาอีกมากมายหลายรุ่น

http://www.businessthai.co.th/content.php?data=410194_Auto%20Mart
http://en.wikipedia.org/wiki/Yamaha_Nouvo
http://www.yamaha-motor.co.th

บันทึกการเข้า
plankton4u
Newbie
*
กระทู้: 6


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #89 เมื่อ: กันยายน 15, 2008, 01:02:22 AM »

อายุ : 25 ปี
เลขที่บัตรนักศึกษา : 505740315-2
หน้า : 62

ข้อความในหนังสือ ตัวอย่างในหนังสือ + Link
   นักฟุตบอลอังกฤษ ชื่อ เดวิส เบ็คแฮม เป็นรูปแบบของ Trendsetter เขาเกิดเมื่อ ค.ศ. 1975 ในครอบครัวของคนชั้นกลาง เขาเริ่มาชีพนักฟุตบอลกับทีมที่ดีที่สุดของอังกฤษ "แมนฯ ยูไนเต็ด" และก็ย้ายไปทีม เรอัล มาดริด ของสเปน และสุดท้ายที่ลอสแองเจอลิส กาแลสซี่ ในอเมริกา เขาเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษและได้แต่งงานกับนักร้องสมาชิกวง "สไปด์ เกิร์ล" วิตอเรีย เบ็คแฮม(อดัมม์) เบ็คแฮมถูกเรียกว่าเป็น Trendsetter และ style icon โดย นิตยสารและหนังพิมพ์

en.wikipedia.org/wiki/David_Beckham
www.davidbeckham.com
www.beckham-magazine.com

ตัวอย่างใกล้ตัว + Link
     ในประเทศไทยนักกีฬาที่มีชื่อเสียงก็เป็น Trendsetter ให้กับเด็กๆและเยาวชน ที่ชื่นชมกีฬา เช่น ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย ก็เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย และจะย้ายไปเล่นให้กับทีม เค ลีแอร์ส ทีมในดิวิชั่น 2 ของเบลเยี่ยม นอกจากนั้นยังเป็นนายแบบและพรีเซ็นเตอร์ของไนกี้ ทำให้เด็กๆที่เล่นฟุตบอลก็อยากใช้ผลิตภัณฑ์ของไนกี้ เพราะอยากเก่งเหมือนพี่ลีซอ เป็นต้น

th.wikipedia.org/wiki/ธีรเทพ_วิโนทัย
www.adintrend.com/show_ad.php?id=1436
www.soul4street.com/forum/index.php?topic=4243.0
becterofc.board.ob.tc/-View.php?N=1392
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!